สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ ในโอกาสครบรอบสองปี การทำสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 โดยเป็นการเพิ่มชื่อบุคคลและนิติบุคคลของรัสเซียรวมอีก 500 รายชื่อ
ทั้งนี้ ในรายชื่อรวมถึงระบบ “เมียร์” ที่รัสเซียจัดทำขึ้นเพื่อการทำธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงการใช้บัตรเครดิต จากการที่มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก มีการตัดรัสเซียออกจากระบบชำระเงินระหว่างประเทศ “สวิฟต์”
ขณะเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันคว่ำบาตรกองทุนและธนาคารระดับภูมิภาคของรัสเซียอีกหลายสิบแห่ง “เนื่องจากเป็นเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของรัฐบาลมอสโก”
Today, we're imposing over 500 new sanctions in response to Putin's brutal war and Aleksey Navalny's death.
— President Biden (@POTUS) February 23, 2024
Putin is betting on us to walk away.
We won't. pic.twitter.com/KvBZm00MXx
นอกจากนี้ สหรัฐยังคว่ำบาตรบริษัทด้านโลจิสติกส์ของกระทรวงกลาโหม บริษัทผลิตเหล็กกล้า เครื่องพิมพ์สามมิติ น้ำมันหล่อลื่น หุ่นยนต์และยานยนต์ อีกทั้งยังมีพลเมืองสัญชาติจีนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อยู่ในรายชื่อการคว่ำบาตรครั้งนี้ด้วย
ด้านนายวัลลี อเดเยโม รมช.การคลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับบรรดาพันธมิตรมากกว่า 50 ประเทศ เพื่อสนับสนุนยูเครนในทุกด้าน รวมถึงการเดินหน้าใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลมอสโก แต่สหรัฐจะยังคงไม่พุ่งเป้าหมายไปที่กองทุนความมั่งคั่งของรัสเซีย
อนึ่ง ไบเดนกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ “แค่เริ่มต้น” เพื่อตอบโต้ที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน “เกี่ยวข้องโดยตรง” กับการเสียชีวิตในเรือนจำของนายอเล็กซี นาวัลนี หนึ่งในแกนนำฝ่ายค้านของรัสเซียด้วย และจะมีการยกระดับอีกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจรัสเซียขยายตัวมากกว่า 3% เมื่อปีที่แล้ว และมีแนวโน้มเติบโตอีกในปีนี้ ตรงข้ามกับประเทศตะวันตกหลายแห่งที่ร่วมคว่ำบาตรรัสเซีย แต่เศรษฐกิจเผชิญกับภาวะหดตัว และบางประเทศถึงขั้นเผชิญกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ.
เครดิตภาพ : AFP



