สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ว่านายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน แถลงต่อที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ ไว้ที่ระดับ “ประมาณ 5%” ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปีที่แล้ว
Chinese Premier Li Qiang says one of the main targets for the country's development this year is GDP growth of around 5 percent.
— Bloomberg TV (@BloombergTV) March 5, 2024
Follow our free-to-read live blog for the latest news and analysis from China’s annual National People’s Congress https://t.co/eID0mE5VsW pic.twitter.com/skM1Wrh4XW
ทั้งนี้ นายหลี่ กล่าวว่า “เสถียรภาพ” มีความสำคัญอย่างมากในภาพรวม และเป็นพื้นฐานสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายทุกด้านของจีน ความก้าวหน้าเป็นทั้งเป้าหมายและแรงผลักดัน อย่างไรก็ดี ทุกฝ่ายต้องร่วมกันปฏิรูปกลไกเพื่อนำไปสู่การเติบโต การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง การยกระดับคุณภาพ และการส่งเสริมผลงาน
Chinese Premier Li Qiang, while delivering his first work report to the NPC, says “it is not easy for us to realize” this year’s targets.
— Bloomberg TV (@BloombergTV) March 5, 2024
Follow our free-to-read live blog for the latest news and analysis from China’s annual National People’s Congress https://t.co/eID0mE5VsW pic.twitter.com/n8rZSXXFBE
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวถึงแผนงบประมาณกลาโหมประจำปีนี้ ว่าจะเพิ่มขึ้น 7.2% จากปีที่แล้ว นับเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน สู่ระดับ 1.67 ล้านล้านหยวน (ราว 8.48 ล้านล้านบาท)
แม้เป็นงบประมาณใช้จ่ายทางทหารที่น้อยกว่าหลายเท่าตัว หากเทียบกับงบประมาณในส่วนเดียวกันของสหรัฐ แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า การใช้จ่ายด้านกลาโหมและในส่วนที่เกี่ยวข้องของจีน “สูงกว่านั้นมากในความเป็นจริง”
Chinese Premier Li Qiang says the country's external environment is more complex, severe, and uncertain while speaking at the opening session of the National People’s Congress.
— Bloomberg TV (@BloombergTV) March 5, 2024
Follow our free-to-read live blog for the latest news and analysis https://t.co/eID0mE5VsW pic.twitter.com/FiKaNDRXIL
อนึ่ง เอกสารแยกอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเผยแพร่ก่อนการประชุมเอ็นพีซีเริ่มขึ้น เน้นย้ำว่า “จีนคัดค้านกิจกรรมแบ่งแยกดินแดนทุกรูปแบบอย่างถึงที่สุด” ที่มีเป้าหมาย “การเป็นเอกราชของไต้หวัน” และ “การแทรกแซงจากภายนอก” โดยไม่มีการระบุถึง “การรวมชาติอย่างสันติ” ในรายงานปีนี้
นอกจากนั้น จีนกล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์แห่งชาติ เพื่อกระตุ้นการมีบุตรของประชาชน หลังจำนวนประชากรลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน เมื่อปี 2566 สถิติการเกิดของประชากรเมื่อปีที่แล้ว ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับสถิติของปี 2559 และสถิติการแต่งงานเมื่อปี 2565 ต่ำเป็นประวัติการณ์ ส่วนสวัสดิการเพื่อผู้สูงอายุจะมีการเพิ่มเงินบำนาญ และเบี้ยยังชีพ.
เครดิตภาพ : AFP



