สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศวอ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคีเครือข่าย พัฒนาโครงการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone : LEZ) ต่อเนื่องในระยะที่2 โดยเน้นสร้างความร่วมมือหน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ วัด และประชาชน แก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่ต้นทาง

เขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) เป็นแนวคิดจัดการมลพิษเชิงพื้นที่ตามความเหมาะสม มีต้นแบบจากลอนดอน เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่แต่ละส่วนให้เป็นเขตมลพิษต่ำ ควบคุมหรือลดการระบายมลพิษอากาศ เน้นที่ภาคคมนาคมที่ผ่านเข้าออกเขตมลพิษต่ำ ในระยะแรก จัดทำโครงการอากาศสะอาดเขตปทุมวัน สถานประกอบการเอกชนในเขตปทุมวันให้ความร่วมมือ ทำให้บริเวณแยกปทุมวันถึงแยกราชประสงค์เป็นถนนอากาศสะอาดความยาวกว่า 1 กิโลเมตร มีแนวทางลดมลพิษอากาศ 5 ด้าน คือ 1.นโยบายองค์กร 2.การลดมลพิษอากาศขององค์กรและบุคลากรในองค์กร 3.การลดมลพิษจากไอเสียรถของซัพพลายเออร์ 4.การลดมลพิษจากไอเสียรถของลูกค้า 5.การติดตามประเมินและเผยแพร่ข้อมูล

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า โครงการในระยะที่ 1 นำร่องในเขตปทุมวัน โดยพัฒนานวัตกรรม 3 เรื่อง 1.ระบบฐานข้อมูลออนไลน์กรุงเทพธุรกิจอากาศสะอาดต้นแบบ (BMA-BLEZ) รายงานผลการตรวจสอบสภาพรถและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องของผู้ที่ใช้รถในเขตปทุมวัน 1,000 คัน 2.บริการรถสาธารณะพลังงานไฟฟ้า พร้อมจุดจอดบริการแก่ประชาชนบริเวณศูนย์การค้า สถานประกอบการในพื้นที่ 3.ระบบเซ็นเซอร์วัดค่า PM 2.5 ที่แสดงผลทันที ถือเป็นการสร้างมาตรการกลไกการมีส่วนร่วมลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งไฟฟ้าสาธารณะ พลังงานสะอาด บำรุงรักษาตรวจสอบสภาพรถ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด กลายเป็นถนนอากาศสะอาดลดการปล่อยมลพิษทางอากาศลงถึง 10%
“ในระยะแรกนั้นประสบความสำเร็จด้วยดี โดยในระยะที่สองที่เริ่มได้เลย จะขยายไปอีก 4 เขตที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานสูงสุด คือ เขตคลองสาน เขตคลองเตย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตบางรัก (ระดับสีส้มที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) โดยจะพัฒนาในรูปแบบเดียวกับเขตปทุมวันที่มีภาคเอกชนให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหามลพิษ เช่น การตรวจสอบรถประจำห้างสรรพสินค้า ตรวจสอบควันดำและดูแลน้ำมันเครื่อง ทางสำนักงานเขตก็จะได้ประสานหน่วยงานต่างๆ และเริ่มดำเนินการตามบริบทพื้นที่ สำคัญคือต้องการให้ภาคประชาชน ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด”

นายไพสิฐ พาณิชย์กุล ผอ. ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศวอ.) กล่าวว่า หากเราสามารถจัดการรถที่ก่อให้เกิดมลพิษเกิดมาตรฐานได้ เช่น การแบ่งโซนเขตมลพิษต่ำ กำหนดเขตห้ามรถคุณภาพไม่ดีเข้าไป ซึ่งศวอ. จะนำความรู้เข้าไปช่วยให้เกิดมาตรฐานนี้
“บทบาทการออกแบบ ไม่ได้เริ่มต้นจากการออกกฎมาบังคับ แต่เริ่มต้นจากการสร้างความร่วมมือแล้วทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ และเดินหน้าต่อ ผมคิดว่าการเริ่มต้นจากจิตสำนึกสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีน่าจะเป็นกลไกสำคัญทำให้ยั่งยืน”

ว่าที่ร้อยตรี วิรัช ตันชนะประดิษฐ์ ผอ.กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ในระยะที่สอง สำนักงานเขตต้องหาความร่วมมือในแต่ละเขตพื้นที่ ซึ่งในเขตปทุมวันมีความเข้มแข็งของภาคเอกชนในบริเวณโดยรอบในการดูแลรถเข้าออกของแต่ละหน่วยงานได้อย่างดี
“Key success คือต้องร่วมมือโดยส่วนภาคเอกชน กับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ทางส่วนวิชาการเป็นหน่วยงานที่เชื่อมประสาน และขอความร่วมมือ อย่างเช่นเขตปทุมวันที่มีความสำเร็จคือ เขาจะมีโครงการขึ้นมาและดำเนินการมาตรการตรวจวัด ตัวชี้วัดว่าเอกชนที่มาร่วมมือดำเนินการก็มีการให้คะแนนตรวจกันจริงจัง”

โครงการเขตมลพิษต่ำหรือ LEZ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ถือเป็นการพัฒนาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง นำร่องในเขตปทุมวัน เพื่อสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วม พัฒนานวัตกรรมลดมลพิษอากาศที่เกิดจากการใช้รถและการเผาจากการจุดธูป เทียนในบริเวณวัด ศาลเจ้า นำไปสู่การประยุกต์ใช้แนวทางควบคุมพื้นที่มลพิษต่ำในพื้นที่อื่นๆ ให้สอดคล้องตามแผนการลดฝุ่น 365 วัน ปี 2567 ของกรุงเทพมหานคร



