“มองไกล เห็นใกล้” กลโกงเหล่ามิจฉาชีพมีทุกรูปแบบ แถมมีข่าวออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดเกิดเหตุสลดใจขึ้นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ “น้องก้อง” เด็กใฝ่เรียนต้องการซื้อโทรศัพท์มาเรียนออนไลน์ แต่กลับเสียชีวิตจากอาการเครียดเส้นเลือดในสมองแตก เพราะสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือจากร้านค้าในออนไลน์และถูกโกงเงิน ไม่ได้ของ
แม้คดีนี้หลังเกิดเหตุ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จะคุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้ส่วนหนึ่งที่ทำหน้าที่เปิดบัญชี แต่ตัวการสำคัญอย่าง “พิยดา ทองคำพันธ์” ที่ทำตัวเหมือนนกรู้ว่าถูกออกหมายจับก็หนีไปตั้งหลัก ก่อนมอบตัว ยิ่งสืบสาวราวเรื่องปรากฏข้อเท็จจริง ยิ่งน่าตกใจ เมื่อ “ผู้ก่อเหตุ” เป็นเพียงเด็กสาววัยละอ่อน อายุเพียง 19 ปี และหารู้ไม่ภายใต้หน้าตาสวยใสไร้เดียงสา แต่แฝงไปด้วย “วีรกรรมอันแสนโชกโชน” ชั้นเชิงเข้าขั้นไม่ธรรมดา
หน้าฉากสร้างโปรไฟล์ “กินหรู-อยู่สบาย-ใช้ของแบรนด์เนม” แต่หลังฉากปลอมทุกอย่างที่ขวางหน้า ทั้งเปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือออนไลน์ที่พอเหยื่อหลงเชื่อ โอนเงินให้ ก็จะบล็อกการติดต่อ และเมื่อจะสาวหาต้นตอเอาผิด ก็ไม่ง่ายที่จะเข้าถึงตัว เพราะจ้างคนเปิดบัญชี หรือที่เรียกว่า “บัญชีม้า” ไว้สับขาหลอก ทั้งเหยื่อทั้งเจ้าหน้าที่
กรณี “พิยดา” ถือเป็นภัยสังคมรูปแบบหนึ่ง ที่หากจับได้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทั้ง “ยึดทรัพย์-ฟอกเงิน” ให้สาสมสิ่งที่ก่อไว้ หากแม้ไม่เอาจริงให้เป็นเยี่ยงอย่างอาจก่อเหตุลักษณะเดิมซ้ำอีก คนเดือดร้อน..ก็จะเป็นประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม
เพราะหากย้อนดูวีรกรรมสาวหน้าสวยรายนี้โดนข้อหาฉ้อโกงตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ ไม่นับรวมสิ่งที่ทำกับ “น้องก้อง” จนต้องมาจบชีวิตจากความใจดำอำมหิต วกกลับมาเรื่อง “บัญชีม้า” ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกกังวลใจมิน้อย เพราะแทบทุกคดีที่เกี่ยวเรื่องเงินๆ ทองๆ จะมี “บัญชีม้า” เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม แต่เท่าที่ฟัง พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. และทีมงานตำรวจไซเบอร์ แถลงข่าวก็คลายความกังวลลง และขอเป็นหนึ่งเสียงสนับสนุนแนวทางหารือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจากนี้บัญชีที่มีการใช้ซื้อขายออนไลน์ จะต้องมีการะบุต่อท้ายชื่อบัญชีว่า
“เพื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์” จะได้ยืนยันตัวบุคคล พร้อมกับกวาดล้างพวกนอมินี-รับจ้างเปิดบัญชีแบบเอาจริงเอาจัง หลังที่ผ่านมาเวลาสาวถึง มักจะอ้างไม่รู้ไม่เห็น ถูกหลอกมาบ้าง อย่างกรณีพิยดา ผู้ต้องหาที่ถูกจับสองคนก่อนหน้า อายุ 18 ปี และ 19 ปี อ้างตัวเองเป็นแค่เหยื่อ ถูกจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารด้วยค่าตอบแทน 8,000 บาท แต่พอดำเนินการให้ก็ถูก พิยดาบล็อกแล้วหลบหนีไป โดยไม่ได้จ่ายค่าตอบแทน
พลันอุทานในใจ อ้าวไหงเป็นงั้น….!!! ก็ในเมื่อตอนแรกที่คนร้ายมาขอให้เปิดบัญชีให้ เจ้าตัวก็สมยอมเพราะมีการเสนอเงินเป็นค่าตอบแทน และพอแบบนี้มาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่า “…ด้าน” จะให้เรียกว่าอะไร ก็เอาเหอะ..จะนอมินีก็ดี ตัวการใหญ่ก็ดี ทั้งหมดทั้งมวล กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ทำอย่างไรย่อมได้อย่างนั้น สมัยนี้กรรมมันติดจรวด ไม่ช้าก็เร็วจุดจบคงไม่พ้นคุกพ้นตะราง.
นายอัคคี



