เมื่อวันที่ 2 พ.ค.นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้เยี่ยมให้กำลังใจผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนปายวิทยาคาร พร้อมทั้งประชุมมอบแนวทางในการดำเนินงานตามนโยบายฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา แก่ผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา สพม.แม่ฮ่องสอน โดยมี ผอ.สพม. รอง ผอ.สพม. ผอ.รร.ปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ ผอ.รร.ห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ฯ ผอ.รร.ขุนยวมวิทยา ผอ.รร.แม่ลาน้อยดรุณสิกข์ ผอ.รร.แม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” ผอ.รร.เฉลิมรัชวิทยาคม รวมถึงผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนปายวิทยาคาร เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมธนี พหลโยธิน โรงเรียนปายวิทยาคาร อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
.
รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ขอชื่นชมการดำเนินงานของ สพม.แม่ฮ่องสอน ว่าเป็นเขตพื้นที่ “จิ๋วแต่แจ๋ว” กล่าวคือ แม้ว่าจะเป็นเขตพื้นที่การศึกษาที่มีขนาดเล็ก อยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีนักเรียนพักนอนทุกโรงเรียน มีข้อจำกัดด้านบุคลากรและทรัพยากรอื่นๆ แต่สามารถสร้างคุณภาพให้เกิดกับผู้เรียน ครูและสถานศึกษาได้อย่างน่าประทับใจ และมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นระหว่างปีการศึกษา 2564-2567 ทั้ง 8 โรงเรียนรวมกันมากกว่าหลักร้อยทุกปี เช่น โรงเรียนขุนยวมวิทยา มีนักเรียนเพิ่มขึ้น 220 คน มีนักเรียนที่สามารถสอบติดคณะแพทย์ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการก่อตั้งโรงเรียนเป็นต้นมา นอกจากนี้ยังมีนักเรียนสอบติดโรงเรียนนายสิบจำนวน 8 คน จากเดิมที่เคยสอบได้ปีละไม่กี่คน และสอบติดโรงเรียนทหารเรือ 1 คน / โรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ฯ มีนักเรียนเพิ่มขึ้น 170 คน มีผลงานชนะเลิศการประกวดการนำเสนอสร้างสำนึกพลเมือง (Project Citizen) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 / โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” มีนักเรียนเพิ่มขึ้น 109 คน ได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขาเกษตรแบบยั่งยืน จากโครงการประกวดทักษะการพัฒนาต้นแบบทางวิศวกรรมระดับประเทศ ด้วยผลงาน “โรงเรือนเอื้องแซะ” เป็นนวัตกรรมต้นแบบสำหรับการศึกษาและเรียนรู้ธรรมชาติของพรรณไม้หายาก / โรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ มีนักเรียนเพิ่มขึ้น 35 คน ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม“ ระดับภูมิภาค / โรงเรียนเฉลิมรัชวิทยาคม มีนักเรียนเพิ่มขึ้น 86 คน ได้รับรางวัลโรงเรียนที่มีการปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชีของสถานศึกษา ระดับดีมาก ประจำปีงบประมาณ 2566 / โรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ มีนักเรียนเพิ่มขึ้น 28 คน มีผลงานชนะเลิศการประกวดการแข่งขันพูดภาษาอังกฤษ (Impromptu Speech) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ระดับประเทศ และเป็นโรงเรียนต้นแบบศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา / โรงเรียนสบเมยวิทยาคม มีนักเรียนเพิ่มขึ้น 15 คน ได้รับการประเมินเป็นโรงเรียนต้นแบบสหกรณ์ระดับประเทศ รางวัลเยาวชนต้นแบบ สพฐ. และโรงเรียนปายวิทยาคาร มีนักเรียนเพิ่มขึ้น 235 คน เป็นโรงเรียนที่ได้รับการเผยแพร่ต่อยอดการดำเนินการโครงการทหารพันธุ์ดี ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย จากกองทัพบก รวมทั้ง 8 โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ซึ่งมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของผู้เรียน ความห่างไกลทุรกันดารในการคมนาคม แต่ด้วยความมุ่งมั่นเอาใจใส่ของผู้บริหารจึงมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางพัฒนาคุณภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของแม่ฮ่องสอนได้อย่างดี
.
นอกจากนี้ จากการขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2566 ขอให้ผู้บริหารและครูทุกคนจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีที่หลากหลายให้เข้าถึงใจนักเรียน ไปให้ถึงสมรรถนะสำคัญทั้ง 5 ด้านของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 (ปรับปรุง 2560) โดยให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปสู่การประยุกต์ (Apply) และต่อยอดไปถึงการสร้างสรรค์ (Create) ซึ่งการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระ จะทำให้นักเรียนเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่าย ขอให้ช่วยกันคิดว่าสิ่งไหนที่เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนต่อนักเรียน การที่ครูทุกคนทุ่มเทการสอนจากตำราและสอนทุกบรรทัด อาจจะยังไม่เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อการที่เด็กจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งสำคัญที่ช่วยให้เด็กจดจำได้ คือ เขาสามารถเอาอะไรไปใช้ได้บ้างในทักษะที่เขามีส่วนร่วมและปฏิบัติ และรู้ว่ากำลังดำเนินการอย่างไร เพราะเด็กจะจำได้หากนำความรู้ที่ได้ประมวลผลออกไปผ่านท่าทางหรือการสื่อสารแบบมีกระบวนการที่กลั่นจากการคิด วิเคราะห์ และเชื่อมโยงต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบนั่นเอง
.
“สพม.แม่ฮ่องสอน แสดงให้เห็นอย่างประจักษ์ว่าถึงแม้จะเป็นเขตพื้นที่ขนาดเล็ก แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ก็สามารถสร้างคุณภาพให้เกิดกับนักเรียน ครู และสถานศึกษาได้ ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. รวมถึงนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. นำโดย ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ที่ต้องการให้เกิดคุณภาพในสถานศึกษาทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกโรงเรียนซึ่งทำผลงานได้ดีอยู่แล้ว ขอให้ทุกโรงเรียนดำเนินการบูรณาการกิจกรรมของกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ที่เป็นองค์รวมของทุกสมรรถนะ เน้นให้ครูได้สอนทักษะและการนำไปใช้ จนสามารถนำไปวิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง และใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดเวทีให้นักเรียนได้แสดงความสามารถตามความถนัดและความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาเพิ่มเติม ขอให้ครูตระหนักเสมอว่า เมื่อสอนแล้วเด็กจะได้เรียนรู้สิ่งใด และสถานศึกษาต้องบริหารหลักสูตรตามบริบทของตนเองเพื่อให้เกิดการศึกษาที่มีคุณภาพสูงสุดแก่เด็กในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว



