สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่ได้รับการลงนามระหว่าง “การประชุมสุดยอดวัตถุดิบสำคัญ” ในกรุงเบลเกรด ถือเป็นก้าวแรกในการพัฒนาแหล่งลิเทียมของเซอร์เบีย และอาจยกระดับห่วงโซ่อุปทาน ให้รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม และชิ้นส่วนต่าง ๆ

แม้เซอร์เบียมีแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ ใกล้กับเมืองโลซนิตซา ทางตะวันตกของประเทศ แต่โครงการทำเหมืองที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัท รีโอ ทินโต ถือเป็นปัญหาทางการเมืองของเซอร์เบีย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังศาลเซอร์เบีย ตัดสินให้รัฐบาลเบลเกรด อนุมัติโครงการขุดลิเทียมอีกครั้ง จากเดิมที่ถูกระงับเป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากการประท้วงครั้งใหญ่เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยให้เหตุผลว่า การยกเลิกใบอนุญาตของรีโอ ทินโต ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นับเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลดำเนินโครงการต่อไปได้

“มันจะไม่มีโครงการใดเกิดขึ้นโดยปราศจากการปกป้องอย่างเต็มรูปแบบ และเรารู้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้น เพราะพวกเรากำลังพากลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดจากยุโรป มายังเซอร์เบีย” ประธานาธิบดีอเล็กซานดาร์ วูชิช ผู้นำเซอร์เบีย กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ยื่นข้อเสนอมอบความช่วยเหลือให้กับเซอร์เบีย ในการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าการผลิตลิเทียมที่ครอบคลุมมากขึ้น และนำมาซึ่งการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านรีโอ ทินโต ระบุว่า เหมืองโลซนิตซาของเซอร์เบีย สามารถผลิตลิเทียมได้ประมาณ 58,000 ตันต่อปี ซึ่งเพียงพอในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จำนวน 1.1 ล้านคัน ขณะที่วูชิช กล่าวเสริมว่า เซอร์เบียจะส่งออกลิเทียมไปยังประเทศพันธมิตรในยุโรปเท่านั้น ณ ตอนนี้ แม้ผู้ผลิตหลายรายในจีน จะให้ความสนใจก็ตาม.

เครดิตภาพ : AFP