สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า แหล่งแร่ยูเรเนียมจาบีลูกา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย และล้อมรอบด้วยอุทยานแห่งชาติคาคาดู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)
นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติข้างต้น จะขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมแหล่งแร่จาบีลูกา ซึ่งไม่เคยมีการทำเหมืองมาก่อน เพื่อตอบสนองความปรารถนาที่มีมานานหลายสิบปีของชาวมิราร์ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของประเทศ
“ชาวมิราร์ต้องการหลักประกันว่า จะไม่มีการขุดแร่ยูเรเนียมบนผืนดินของพวกเขา นั่นหมายความว่า มันจะไม่มีการทำเหมืองใด ๆ ที่แหล่งแร่จาบีลูกา” อัลบาเนซี กล่าวเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคแรงงาน ในเมืองซิดนีย์
Australia to ban mining at the Indigenous Jabiluka site, home to one of the world's largest deposits of high-grade uranium.
— DW News (@dwnews) July 27, 2024
It marks a victory for the Mirrar people, who fought for decades to keep mining companies away from their land. https://t.co/osY1ndwf1o
ทั้งนี้ ทีมนักโบราณคดีค้นพบขวานหินและเครื่องมือต่าง ๆ ถูกฝังไว้ใกล้กับแหล่งแร่จาบีลูกา เมื่อปี 2560 โดยมันมีอายุนับหมื่นปี ซึ่งอัลบาเนซี ระบุว่า การค้นพบดังกล่าวเป็นหลักฐานของความเชื่อมโยงที่ยั่งยืนและพิเศษ ระหว่างชาวอะบอริจิน และชาวเกาะในช่องแคบทอร์เรส กับแผ่นดินของออสเตรเลีย
ตามข้อมูลของสมาคมนิวเคลียร์โลก (ดับเบิลยูเอ็นเอ) แหล่งแร่จาบีลูกา เป็นแหล่งแร่ยูเรเนียมเกรดสูงที่ยังไม่ถูกขุดเจาะ ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
อนึ่ง ความพยายามในการขุดแหล่งแร่จาบีลูกา ซึ่งถูกค้นพบเมื่อช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 พัวพันกับการโต้แย้งทางกฎหมายที่ยาวนานหลายสิบปี ระหว่างกลุ่มผู้ดูแลทรัพย์สินที่เป็นชนพื้นเมือง กับบริษัททำเหมืองหลายแห่ง.
เครดิตภาพ : AFP



