สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่านายโยอาฟ กัลลันต์ รมว.กระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีอิสราเอลมีมติประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ ( 10.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) เนื่องจากกองทัพอิสราเอลอยู่ระหว่างปฏิบัติการ “โจมตีเชิงป้องกัน” ต่อเป้าหมายหลายแห่งในเลบานอน เพื่อยับตั้งแต่การก่อการร้ายโดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์


ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลได้เตือนประชาชนในภาคใต้ของเลบานอน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และประชาชนในพื้นที่แห่งอื่นของเลบานอน ซึ่งต้องสงสัยเป็นสถานที่กบดานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ให้อพยพออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด

ระบบป้องกันไอเอิร์นโดมของอิสราเอล สกัดขีปนาวุธที่มีการยิงมาจากภาคใต้เลบานอน บริเวณภูมิภาคกาลิลี ทางตอนเหนือของอิสราเอล


ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ ว่าระดมยิงจรวดคัตยูชามากกว่า 320 ลูก โจมตีฐานทัพและฐานประจำการของอิสราเอล 11 แห่ง ที่กระจายอยู่ตามภาคเหนือของอิสราเอล


ด้านแหล่งข่าวในรัฐบาลอิสราเอลยืนยัน ว่าอิสราเอล “ไม่เคยมีเป้าหมาย” ทำสงครามกับเลบานอน ดังนั้น การโจมตีครั้งนี้ “ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสงคราม” แต่เป็น “การป้องปรามและทำลายภัยคุกคาม เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับอิสราเอลอีก” ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ล้วนเป็นฝีมือของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

ส่วนทำเนียบขาวและสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐออกแถลงการณ์ ว่าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเน้นย้ำจุดยืนสนับสนุนอิสราเอล ในการป้องกันตนเอง


อนึ่ง สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนทวีความตึงเครียดขึ้นอีกขึ้น นับตั้งแต่อิสราเอลยอมรับ เป็นผู้สังหารนายฟูอัด ชูคร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกอาวุโสของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และอิสราเอลกล่าวว่า อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ราบสูงโกลัน เมื่อปลายเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กและวัยรุ่น ซึ่งกำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในบริเวณนั้น เสียชีวิตจากการโจมตีอย่างน้อย 12 ราย.

เครดิตภาพ : AFP