นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตามที่ พศ.ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 19 ส.ค. 2567 หารือข้อกฎหมายกรณีการแต่งตั้งฐานานุกรมตามพ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์รัตนโกสินทร์ศก 121 (พ.ศ.2445) เสนอไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นว่า เป็นการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มีหนังสือลงวันที่ 21 ต.ค. 2567 แจ้งว่า ตามที่ พศ.ได้ขอหารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งตั้งฐานานุกรมตามพ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ รัตนโกสินทร์ศก 121 นั้น บัดนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 8) ได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้วให้ความเห็น ดังนี้ พ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ รัตนโกสินทร์ศก 121 ถูกยกเลิกโดยมาตรา 3 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ขณะที่พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ถูกยกเลิกโดยมาตรา 3 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และไม่มีบทบัญญัติใดในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ที่กำหนดเกี่ยวกับการแต่งตั้งฐานานุกรมของพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ไว้ จึงไม่สามารถแต่งตั้งฐานานุกรม โดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ รัตนโกสินทร์ศก 121 ได้ โดยจากนี้จะนำเสนอที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อโปรดทราบผลการพิจารณา และพิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติในการแต่งตั้งฐานานุกรมของพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งทางปกครองสงฆ์ต่อไป

ผอ.พศ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากได้มีกรณีการแต่งตั้งฐานานุกรมของพระภิกษุผู้ตำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ของเจ้าคณะจังหวัดในจังหวัดแห่งหนึ่ง และได้มีผู้ร้องต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนั้น ในคำร้องว่า พ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ รัตนโกสินทร์ศก 121 ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 การแต่งตั้งฐานานุกรมในกรณีนี้เป็นการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และได้หารือมายังพศ. ประกอบกับยังมีการแต่งตั้งฐานานุกรมของพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ในจังหวัดอื่นๆ อีกด้วย กรณีดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์จึงได้นำเสนอต่อมส.เพื่อโปรดพิจารณา ซึ่งมส.ได้พิจารณาเมื่อการประชุมวันที่ 19 ก.ค. แล้วมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงมีมติมอบให้พศ.เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาให้ความเห็น



