สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า รายงานฉบับใหม่ของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) เตือนว่า เศรษฐกิจของรัฐยะไข่หยุดชะงัก และภาวะอดอยากจะเกิดขึ้น ภายในกลางปี ​​2568 หากปัญหาความมั่นคงด้านอาหารในปัจจุบันไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งทำให้ประชาชนราว 2 ล้านคน เสี่ยงต่อการอดอาหาร

ยูเอ็นดีพีระบุว่า นอกจากการสู้รบที่รุนแรงแล้ว ประชาชนในรัฐยะไข่ ยังต้องเผชิญกับการขาดรายได้, ภาวะเงินเฟ้อสูง และการผลิตอาหารในประเทศลดลงอย่างมาก โดยคาดการณ์ว่า การผลิตอาหารในท้องถิ่น จะเพียงพอกับความต้องการของรัฐเพียง 20% ภายในเดือน มี.ค. หรือ เม.ย. ปีหน้า

ขณะเดียวกัน การผลิตข้าวภายในประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์, ปุ๋ย และสภาพอากาศที่เลวร้าย โดยในปีนี้ จะมีการปลูกข้าวราว 97,000 ตัน ในรัฐยะไข่ ส่วนเมื่อปีที่แล้ว มีการปลูกมากถึง 282,000 ตัน

มากไปกว่านั้น จำนวนผู้พลัดถิ่นภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังทำให้หลายพื้นที่ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งตามตัวเลขของยูเอ็น รัฐยะไข่มีรายงานผู้พลัดถิ่นมากกว่า 500,000 คน เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา หากเปรียบเทียบกับจำนวนเกือบ 200,000 คน เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ กลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงเป็นพิเศษ ได้แก่ ประชากรชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮีนจา และผู้พลัดถิ่น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES