เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีชายแปลกหน้าบุกรุกเข้าบ้านพักครูผู้หญิง ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี และเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาทใช้อาวุธทำร้ายกันจนบาดเจ็บ เหตุเกิดที่จังหวัดสุโขทัย จนเกิดความวิตกกังวลบนสื่อสังคมออนไลน์ นั้น

อาจารย์สาวสุดผวาคนร้ายติดยา ย่องเข้าบ้านพักครูในโรงเรียนกลางดึก



ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า เมื่อทราบเรื่องดังกล่าว ตนได้สั่งการให้ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัดของโรงเรียน ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที พบว่า ในกรณีแรก คนร้ายได้ถูกจับกุมแล้ว และอยู่ในกระบวนการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทาง สพม.กาญจนบุรี จะติดตามคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ได้กำชับ ผอ.โรงเรียน ให้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาเข้มข้นทุกมิติ พร้อมขอความร่วมมือจากเครือข่ายโรงเรียน ผู้นำชุมชน อปพร. ชรบ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร และผู้ปกครอง ในการเฝ้าระวังโรงเรียนและพื้นที่โดยรอบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรภายในโรงเรียน


ส่วนกรณีที่สอง สพป.สุโขทัย เขต 2 พร้อมผู้บริหารโรงเรียน ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจนักเรียนที่ถูกทำร้ายและติดตามอาการของนักเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้พ้นขีดอันตรายและสามารถรับประทานอาหารเองได้ พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการเด็กฯ เพื่อเยียวยาในเบื้องต้น ส่วนนักเรียนที่ก่อเหตุอยู่ระหว่างขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอยู่ในการควบคุมดูแลของพ่อแม่ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ซึ่งทางเขตพื้นที่และโรงเรียนจะติดตามคดีอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ทางโรงเรียนจะดำเนินการให้นักเรียนทั้งสองคน เรียนในรูปแบบ Online/On-hand โดยการทำใบงานไปก่อนในช่วงแรก แล้วจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้นักเรียนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

“จากทั้ง 2 กรณี สพฐ. ได้เน้นย้ำและกำชับให้ทุกเขตพื้นที่ฯ ติดตาม กำกับ ดูแลสถานศึกษาในสังกัด ให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และจัดทำแผนเฝ้าระวัง หากเกิดเหตุขึ้นมาต้องเข้าไปแก้ไขได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งดำเนินการขับเคลื่อนในเรื่องการป้องกัน ปลูกฝังและปราบปราม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ครูและนักเรียนในทุกมิติ ทั้งภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียนต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว