สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากมลพิษดังกล่าว คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดไฟป่าบ่อยครั้งขึ้น และรุนแรงมากขึ้น
รายงานเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจประมาณ 450,000 รายต่อปี ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ที่เกิดจากไฟไหม้ระหว่างปี 2543-2562
ผู้เสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจ 220,000 ราย ซึ่งเชื่อมโยงกับการสัมผัสกลุ่มควันและฝุ่นละอองที่เกิดจากไฟไหม้
#NSTworld Air pollution from fires linked to 1.5 million deaths a year
— New Straits Times (@NST_Online) November 28, 2024
https://t.co/IneVwi5kFB
โดยในแต่ละปี มีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศจากไฟไหม้ป่า เฉลี่ยรวมราว 1.53 ล้านราย
ผู้เสียชีวิตมากกว่า 90% อยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง และเกือบ 40% มาจากภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารา โดยประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ จีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) อินเดีย อินโดนีเซีย และไนจีเรีย
รายงานระบุอีกว่า ความแตกต่างระหว่างประเทศร่ำรวยและยากจน เน้นย้ำถึง “ความอยุติธรรมด้านสภาพอากาศ” ซึ่งประเทศที่ปล่อยมลพิษน้อยที่สุด จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุด ขณะที่ผู้คนในประเทศยากจนไม่สามารถย้ายออกจากพื้นที่ ซื้อเครื่องฟอกอากาศและหน้ากาก หรืออยู่แต่ในบ้านได้
ทั้งนี้ ผู้เขียนรายงานเรียกร้องให้มีการสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยีมากขึ้น สำหรับประชาชนในประเทศซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



