รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด​ (มหาชน) แจ้งว่า ภายหลังจากบริษัทฯ ได้เริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างทุน เปิดให้เจ้าหนี้ใช้สิทธิแปลงหนี้ระหว่างวันที่ 19-21 พ.ย.67 ได้มีเจ้าหนี้จำนวนมากแสดงเจตนารวมกันเกินกว่า 3 เท่าของจำนวนหุ้นที่มีรองรับตามแผนฟื้นฟูกิจการ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในธุรกิจของการบินไทย โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงการคลังทราบว่ามีการแปลงหนี้ตามสิทธิ 100% อย่างไรก็ตามภายหลังกระบวนการแปลงหนี้แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 67 การบินไทยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วของบริษัท อันเกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนของแผนฟื้นฟูกิจการตามที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินการ 

แต่ปรากฏว่า ขณะนี้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) กระทรวงการคลังได้มีหนังสือถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอให้ชะลอการจดทะเบียนภายหลังวันที่ 29 พ.ย.67 โดยผลที่ตามมาจากการจดทะเบียนล่าช้า ได้ส่งผลกระทบทางการเงินต่อการบินไทยคือ ค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ วันละ 2 ล้านบาท ซึ่งการบินไทยคงต้องดำเนินการตามกฏหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งคดีอาญา และคดีแพ่งต่อไป เบื้องต้นเตรียมยื่นฟ้องนายทะเบียนพนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อันส่งผลเสียหายแก่บริษัท

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า หากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดำเนินการตามคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วของบริษัทแล้วเสร็จ จะมีผลทำให้กระทรวงการคลังไม่เป็นเจ้าหนี้การบินไทย และกลับสู่สถานะการเป็นผู้ถือหุ้น เพราะปัจจุบันกระทรวงการคลังแปลงหนี้ทั้งหมด 100% แล้ว และเมื่อไม่ได้เป็นเจ้าหนี้ก็จะไม่มีสิทธิในการโหวตแก้ไขแผนฟื้นฟูที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 29 พ.ย.67 อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการประชุมเจ้าหนี้ครั้งนี้ จะมีการหยิบยกประเด็นการพิจารณาสถานะเจ้าหนี้ของกระทรวงการคลังมาหารือ เพื่อพิจารณาใช้สิทธิการเป็นเจ้าหนี้โหวตแก้ไขแผนฟื้นฟู  ซึ่งรวมถึงวาระการเพิ่มผู้บริหารแผน โดยหากที่ประชุมเจ้าหนี้จะหยิบเรื่องนี้มาถกกันก็คงต้องอยู่ที่ดุลพินิจการพิจารณาของเจ้าหนี้ทั้งหมด หรือท้ายที่สุดก็ต้องขึ้นอยู่กับศาลในการพิจารณาตีความการเป็นเจ้าหนี้ของกระทรวงการคลัง.