เมื่อวันที่ 30 พ.ย. พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี นำกำลังจับกุม นายศรายุทธ หรือ ดำ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 9 แขวงลำผักชี เขตหนองจาก ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง (สาขามีนบุรี) ที่ จ.17/2555 ลงวันที่ 5 มิ.ย. 2555 ในความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืนและใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ร่วมกันพาไปเพื่อการอนาจารโดยขู่เข็ญและใช้กำลังประทุษร้าย และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยหญิงอื่นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้โดยมีอาวุธปืน จับกุมได้ที่บริเวณอาคาร 6 แฟลตบางชัน ซอยเสรีไทย 91 ถนนเสรีไทย แขวงและเขตมีนบุรี กทม.

สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีกำหนดให้ระดมจับกุมบุคคลตามหมายจับคดีค้างเก่า ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.-4 ธ.ค. 67 พล.ต.ท.สยาม บุญสม รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้เร่งจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 ปล่อยแถวตำรวจ บก.น.3 ตามจับผู้ต้องหาตามเป้าหมาย ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี พบผู้ต้องหาก่อคดีอุกฉกรรจ์ มีหมายจับคดีค้างเก่าใกล้หมดอายุความ ผู้ต้องหาชาย 2 คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนจี้บังคับหญิงสาวที่เพิ่งเลิกงานเข้าไปข่มขืนในป่าข้างทางจนสำเร็จความใคร่ แล้วชิงทรัพย์เหยื่อหลบหนี ดักรอผู้เสียหายตอนกลางดึก ก่อเหตุบริเวณกลางซอยสุวินทวงศ์ 24 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. ตำรวจ สน.มีนบุรี จับกุมนายทะนงศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี หนึ่งในสองคนร้าย ได้ถูกศาลตัดสินลงโทษติดคุกออกจากคุกไปแล้ว ส่วนคนร้ายอีกคนเป็นวัยรุ่นอายุ 17 ปี พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ตรวจสอบทราบชื่อและนามสกุล ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ อยู่ระหว่างตามจับตัวมาดำเนินคดี

พ.ต.ต.ประจักษ์ กุลนาพันธ์ สว.สส.สน.มีนบุรี สืบสวนทราบว่า นายศรายุทธ หลบหนีคดีพักอาศัยอยู่ที่แฟลตบางชัน ทำงานขี่รถ จยย.รับจ้างอยู่ที่บริเวณแฟลตบางชัน นำกำลังไปปิดล้อมตรวจค้นตอนเช้า พบนายศรายุทธ เดินออกมาจากแฟลต 6 ใส่เสื้อวินรถ จยย. เข้าไปจับกุมพร้อมแสดงหมายจับ นายศรายุทธไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน อ้างว่าไม่ใช่ผู้ต้องหาตามหมายจับ หลังชุดสืบสวนนำรูปถ่ายประวัติอาชญากรมาเทียบดู ผู้ต้องหายอมจำนนให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว ทั้งยังบอกว่าหนีคดีมา 12 ปี เหลืออีกเพียง 183 วัน คดีจะหมดอายุความวันที่ 10 มิ.ย. 2568 นี้แล้ว แต่สุดท้ายก็หนีไม่รอด

“…ยอมรับว่าตอนวัยรุ่นมีนิสัยเกเร ก่อเรื่องก่อราวอยู่บ่อยๆ หลังร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์สาว ฉุดไปข่มขืน หลบหนีคดีไปหลายที่ ปัจจุบันมีอายุ 37 ปี มีครอบครัวแล้ว เลิกนิสัยเกเร ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว คิดว่าคดีน่าจะหมดอายุความไปแล้ว ไม่คิดว่าตำรวจจะตามมาจับจนได้…” นายศรายุทธ กล่าวว่า



