สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า อัลบาเนซี ยกย่องการผ่านกฎหมายฉบับสำคัญ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้บริษัทสื่อสังคมออนไลน์ “ต้องดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล” เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กมีบัญชีในแพลตฟอร์มต่าง ๆ กระนั้น ตัวกฎหมายไม่ได้ระบุรายละเอียดมากนักว่าทางการจะบังคับใช้กฎหมายอย่างไร และเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และเอ็กซ์ จะตรวจสอบอายุของผู้ใช้งานด้วยวิธีไหน

ด้านมัสก์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าสำนักงานประสิทธิภาพรัฐบาล ในรัฐบาลชุดใหม่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ข้อความบนเอ็กซ์ เมื่อเดือนที่แล้ว ระบุว่ากฎหมายดังกล่าว “ดูเหมือนเป็นช่องทางลับ ในการควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของชาวออสเตรเลียทุกคน”

เมื่ออัลบาเนซีถูกถามถึงการหารือเรื่องกฎหมายฉบับนี้กับมัสก์ เขากล่าว และเน้นย้ำหลายครั้งว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะพูดคุยกับมัสก์ “อย่างแน่นอน”

แม้ยักษ์ใหญ่สื่อสังคมออนไลน์หลายแห่งให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับรัฐบาลแคนเบอร์รา ในการบังคับใช้กฎหมายข้างต้น แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็วิพากษ์วิจารณ์ว่ากฎหมายนี้ “รีบเร่งเกินไป” อีกทั้งยังเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ และไม่คำนึงถึงมุมมองของผู้สันทัดกรณีหลายคนที่แสดงจุดยืนคัดค้าน

ขณะที่ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประจำออสเตรเลีย เตือนในสัปดาห์นี้ว่า กฎหมายแบนเยาวชนจากการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ทุกประเภท ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาอันตรายทางออนไลน์ที่ครอบคลุม และอาจทำให้เด็กถูกปิดกั้นการเข้าถึงโลกดิจิทัลได้.

เครดิตภาพ : AFP