สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ลงพื้นที่รัฐตรังกานู ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อสังเกตการณ์การระดับน้ำ และการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ แก่ผู้ประสบเหตุจากอุทกภัย
Ketika meninjau kebajikan mangsa banjir di Terengganu tadi, saya umum peruntukan tambahan segera untuk dua negeri Pantai Timur yang paling teruk terkesan dengan bencana banjir ketika ini.
— Anwar Ibrahim (@anwaribrahim) December 1, 2024
Setakat petang ini, lebih 148,000 mangsa terkesan dengan banjir di 10 negeri dan lebih 90… pic.twitter.com/DQZOWCJRIM
Tiba di Terengganu hari ini bagi melihat sendiri musibah banjir yang melanda dan diberi penerangan mengenai situasi terkini melibatkan kebajikan mangsa banjir dan status pusat pemindahan sementara (PPS).
— Anwar Ibrahim (@anwaribrahim) December 1, 2024
Diapit Menteri Besar Terengganu, saya terus ke PPS Sekolah Kebangsaan… pic.twitter.com/GxvecZZCYb
ทั้งนี้ ผู้นำมาเลเซียประกาศการจัดสรรงบประมาณเบื้องต้น 50 ล้านริงกิต (ราว 385.9 ล้านบาท) แบ่งสองส่วนเท่ากัน ให้แก่รัฐตรังกานู และรัฐกลันตัน จากการที่ทั้งสองรัฐได้รับความเสียหายมากที่สุดจากอุทกภัยครั้งนี้ ซึ่งมีความรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่ปี 2557 ที่ตอนนั้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย
แม้อันวาร์กล่าวว่า สถานการณ์ยังไม่รุนแรง ถึงขั้นต้องมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ผู้นำมาเลเซียห้ามรัฐมนตรีทุกคนลาพักร้อนในระยะนี้ โดยให้ผลัดเปลี่ยนกันลงพื้นที่ เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ และเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัยด้วย
นอกเหนือจากรัฐตรังกานูและกลันตัน เกดะห์ เนกรีเซมบีลัน ปะลิส ยะโฮร์ มะละกา เปรัก และสลังงอร์ ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้เช่นกัน ซึ่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องในสัปดาห์นี้
ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอพยพผู้ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมแล้วมากกว่า 150,000 คน ในทั้ง 9 รัฐ และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย และประชาชนมากกว่า 250,000 คน ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย.
เครดิตภาพ : AFP








