เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากที่มีการเปิดตัว“อแมนด้า ออบดัม” เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เวที Supranational Thailand คนไทย พร้อมทั้งประกาศทีมที่ร่วมทำงานด้วยนั้น และได้สองเพื่อนสาวในวงการนางงาม “พรฟ้า ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์”และ “แพรว แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” ที่จะมาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการนางงาม

ต่อมาได้มีชาวเน็ตบางหลายขุดขุ้ยเรื่องราวของสาวพรฟ้า ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี2014 ได้มีเหตุการณ์ที่เธอได้มีเรื่องฟ้องร้องกับ ”ณวัฒน์ อิสรไกลสร“ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้จบแล้ว ซึ่งหลายคนได้เชื่อมโยงว่าณวัฒน์มีการไม่พอใจกับการเปิดตัวNDคนใหม่ในครั้งนี้ เพราะมีพรฟ้าเข้ามาร่วมทีม งานนี้ทำเอาสร้างความฮือฮาบนโลกออนไลน์อีกครั้ง

ล่าสุดในงานฉลองครบรอบ 25 ปี แบรนด์ Scuiptra” พรฟ้าได้เปิดใจ เคลียร์ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเผยความรู้สึกกับบทบาทใหม่ที่เธอได้รับ โดยเธอเผยว่า

“สำหรับความรู้สึกที่เราได้ร่วมเป็นผู้จัดการกองกับอแมนด้าในเวทีซูปร้าฯ ก็รู้สึกดีใจ ให้สัมภาษณ์ไปตั้งแต่วันแรกเลยคือวันที่28ที่ผ่านมา และก็รู้สึกดีใจกับอแมนด้าที่เขาก้าวเข้ามาอีกหนึ่งสเต็ป ขึ้นมาเป็น National Director ของเวทีของเวที Miss & Mister Supranational Thailand 2025 เราดีใจมากที่เพื่อนเราได้เติบโตขึ้นอีกหนึ่งเวแล้ว ซึ่งเพื่อนโทรมาชวนฟ้า คือพี่จุ๋มจิ๋มโทรมาเลยว่า พรฟ้าสนใจไหม เราตอบไปเลยว่า Yes แบบไม่คิดอะไรเลย เพราะเพื่อนชวนทำงาน เราก็มั่นใจว่าเวลาเพื่อนเขาทำอะไรเขาทำจริง เราเห็นความตั้งแต่ตอนประกวนแล้ว ดังนั้นคือถ้าด้าทำด้าไม่ทำเล่นๆ จริงๆบทบาทของเราในเวทีซูปร้าฯก็เป็นผู้จัดการกอง ซึ่งรายละเอียดมันกำลังจะลงดีเทลมากกว่านี้ อย่าลืมว่าเดี๋ยวมันจะมีไทมไลน์ในการประกวดอีก ดีเทลก็จะมาตอนนั้น แต่เราจะดูแลผู้เข้าประกวดเป็นหลัก และเวทีนี้ก็ประสบความสำเร็จมาหลายปี แต่พอมาอยู่ในยุคของเราเราชอบคอนเซปต์คือ New gen New ND ซึ่งมันก็จะเป็นเจเนอร์เรชั่นใหม่ที่ขึ้นมาทำ ส่วนใหญ่คนที่จะขึ้นมาเป็นNDได้เนี่ย ก็ต้องมีประสบการณ์ที่โตพอสมควรหรือว่าอายุค่อนข้างมีประสบการณ์มากๆแล้ว อย่างของด้าเราก็เป็นทีม New gen จริงๆ ตั้งแต่ค้นหาครีเอทีฟใหม่ ฟอร์มทีมใหม่ NDใหม่ และก็รวมถึงตัว “แพรว แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” และพรฟ้าเอง มันก็เป็นบทเรียนชาเลนจ์ใหม่เหมือนกัน ซึ่งเวทีก็มีผู้ชายเข้าประกวดด้วย แต่เราก็ไม่หวั่นที่จะต้องดูแลทั้งหญิงและชายแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่กลัว เพราะว่ามันคือความชาเลนจ์ของตัวเอง ดังนั้นคือเราว่าเราเอาอยู่ ประสบการณ์การประกวดมันก็สอนเรา รวมถึงการเป็นโค้ช ณ ปัจจุบัน มันก็ทำให้เราสตรองและแข็งแรงพอค่ะ

สำหรับในฐานะผู้จัดการกองประกวดเรามองความหมายของNew Genในการที่จะหาผู้เข้าประกวด เรามองคนที่ตั้งใจ คือทุกวันนี้คนอาจจะมองภาพว่า นิวเจเนอร์เรชั่น แล้วมันจะเป็นอย่างไร แต่มันก็ต้องมาพร้อมกับโลกโซเชียลมีเดียแน่นอนอยู่แล้ว เราอยากเห็นคนเลือดใหม่จริงๆว่าเขามองการประกวดแบบไหนและต่อยอดชีวิตเขาอย่างไร และนี่คือเวทีแห่งโอกาสเหมือนกันนะ ซึ่งเราไม่กดดันกับบทบาทใหม่นี้เลย อาจจะมีประสบการณ์มาแล้ว แต่ตอนนี้กลายเป็นความตื่นเต้นมากกว่าที่เราจะได้มีพาร์ทเนอร์คู้กับคุณแพรว และได้ทำงานกับทีมที่เราไว้วางใจ เหมือนเป็นการปลุกไฟให้ตัวเอง หลายคนมองว่าซูปร้าฯแยกมาจากเวทีMUTของแม่ปุ้ย เรื่องของการขออนุญาตนั้น ทุกเรื่องจะมีการอินฟอร์มผู้ใหญ่อยู่แล้ว ในหลายฝ่ายอย่าลืมว่า เราเป็นNew Gen พอจะทำอะไรเราก็จะมีการขอคำปรึกษาผู้ใหญ่ทุกๆวงการด้วยซ้ำ และเราก็ไม่มีดราม่าสำหรับเรื่องนี้ค่ะ

สำหรับฟีดแบ็กดราม่าที่ผู้ใหญ่ท่านนึงที่พูดถึงเรื่องการฟ้องร้องของเราเมื่อปี2014 เราไม่มีอะไรที่อยากชี้แจง เพราะว่าเรื่องมันก็ไม่ได้มีอะไร แต่กระแสมันไปถึงขั้นที่ว่าหลายคนถามว่าเราทำไปทำไม ซึ่งคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ก็จะไม่รู้ เขาก็จะมองในมองของแต่ละคน แต่ละส่วน โดนส่วนตัวพรฟ้าเอง ถามว่ามีอะไรไหมก็ไม่มีเรื่องมันจบไปแล้ว มันนานแล้ว ถ้าจะกลับมาพูดกันอีก มันก็จะมีประเด็นอีกว่าจะพูดขึ้นมาทำไม ถามว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเราไหม จริงๆมันก็ไม่เกี่ยวนะ เพราะมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ ส่วนเราก็ทำหน้าที่ของเรามากกว่าแต่ถามว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรไหม จริงๆถ้าไปดูและติดตาม มันไม่มีอะไรเลย คือตอนนั้นเราไปในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งและตามผู้ใหญ่ไป เพราะตอนนั้นเราอยู่ภายใต้ค่ายนึง พอค่ายบอกให้เราไปเราก็ไปเราทำหน้าที่เราแค่นั้น และเราก็ไม่รู้ถึงดีเทลสัญญาที่เกิดขึ้นเลย ดังนั้นก็อย่างบอกว่าพอคุนไปคุยมาเรื่องมันไม่มีอะไรเลย และพรฟ้าก็เชื่อว่าคนรอบตัวรู้จักว่าพรฟ้าเป็นคนอย่างไง และเราก็ให้เกียรติผู้ใหญ่ทุกวงการ ขอแค่อย่างเดียว ขอให้เห็นความตั้งใจในการทำงานของเรามากกว่าหรือในโอกาสที่เราเคยได้รับมา เราก็จะตั้งใจในการทำงานมากๆ และคือเรื่องนี้มันเคลียร์แล้วจบแล้ว จบก็คือจบ คือถ้ามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องในมุมมองไหนพรฟ้าว่าเป็นอุทาหรณ์ให้สังคมดีกว่า บอกถึงเจเนอร์เรชั่นใหม่ว่าจะทำอะไรก็พิจารณาดีๆ เรามีตัวอย่างแล้ว เราจะก้าวไปชีวิตแบบไหน ดังนั้นเราก็แค่มีสติ ส่วนเรื่องที่เขาบอกว่าเรื่องนี้เขาจำฝังใจมากบาดใจเขามาก เรื่องนี้มันก็10กว่าปีแล้ว อย่างที่บอกว่า พอมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรา มันก็เลยอธิบายไม่ถูก จับต้นชนปลายมาเริ่มพูดไม่ถูกเหมือนกัน ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นที่เราไปเป็นพยานให้กับช่างภาพ ในฐานะผู้จัดการกอง ณ ตอนนั้น เรามีหน้าที่เป็นคนรับสาร ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นเหตุการณ์ในกองเกิดอะไรขึ้น และหลังจากนั้นเรื่องของการฟ้องร้อง มันจะเป็นเรื่องของโจทก์กับจำเลย ซึ่งลองอ่านข่าวกันดีๆ พิจารณากันให้ดี ว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องตรงไหนไหม ซึ่งที่เค้ามองว่าเราไปเป็นพยาน แล้วเราเป็นไหมคะ ส่วนที่เขาฝังใจว่าเราไปกระทืบเวทีเขา ซึ่งเราไม่เคยรู้สึกแบบนั้น อย่างที่บอกว่าพรฟ้าเป็นคนให้เกียรติคน เคารพผู้ใหญ่ทุกท่านในวงการ เพราะว่าเราก็เป็นนางงามคนนึง ที่เราอยากได้โอกาสในการทำงาน ดังนั้นคือไม่เคยดูถูกเหลือเหยียดหยามใคร และพรฟ้าก็ไม่ได้รู้สึกโกรธทางนั้นเลยค่ะ

ส่วนอีกเรื่องที่หลายคนมองว่าเราเป็นผู้จัดการกอง เคยมีประวัติในเรื่องของยาเสพติด ไม่เหมาะสม จริงๆเราคิดว่าเรื่องมันจบไปแล้ว เราเคลียร์ตัวเองชัดเจน และเราก็รู้สึกว่าเราเป็นคนนึงที่ตั้งใจในการทำงาน ดังนั้นโฟกัสผลงานณปัจจุบันดีกว่า และยิ่งเราได้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการกองซูปร้าฯ เรารู้เลยว่าเราจะตั้งใจกับงานตรงนี้ยังไง โอกาสมันมาแล้ว ดังนั้นคือเราต้องทำตรงนี้ให้ดีที่สุดค่ะ ก็ฝากด้วยในทุกบทบาทและทุกผลงานรวมถึงโอกาสต่างๆที่เข้ามาก็ยังเปิดรับอยู่ และสำหรับเรื่องที่ทางเวทีโน้นเขาดูไม่ค่อยต้อนรับเวทีซูปร้าฯถ้าเกิดจะไปประกวดเวทีของเขา เรามองว่ากฎก็คือกฎ อันนี้มันเป็นวิจารณญาณส่วนตัว ดังนั้นก็เข้าใจแลเคารพมากกว่าว่ากฎของแต่ละเวทีมีไม่เหมือนกันก็ตามที่แถลงข่าวเลย และส่วนที่หลายคนสงสัยในเรื่อง ND ของอแมนด้า ว่าเป็นNDจริงหรือเป็นแค่ตุ๊กตา มีคนอยู่เบื้องหลัง เรื่องนี้ต้องไปถามอแมนด้า อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆ“






