เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 ธ.ค. นี้ โดยความร่วมมือดังกล่าว เป็นโครงการ Partnership School ที่จะดำเนินการะหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งเป็นการต่ออายุความร่วมมือเดิมจากโรงเรียนที่เข้าร่วมประมาณ 182 แห่ง ทั้งนี้มิติของตนอยากให้สถานศึกษาในสังกัดของเราทุกแห่ง ได้มีความร่วมมือในลักษณะนี้ด้วยกันทั้งหมด เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการด้านวิชาการ หลักสูตร เพราะทุกวันนี้การจัดการศึกษาไม่ตอบโจทย์กลุ่มภาคอุตสาหกรรมเท่าที่ควร ดังนั้นจึงต้องการดึงภาคเอกชนให้เข้าร่วมบริหารจัดการหลักสูตรร่วมกัน เพื่อผลิตคนได้ตรงกับเป้าหมายของตลาดภาคธุรกิจต่างๆ ได้มากขึ้น
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหา เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา และเด็กตกหล่น ซึ่งได้ปรับนิยามเด็กนอกระบบ ในระบบข้อมูลของแต่ละหน่วยงานให้ตรงกัน โดยเด็กออกนอกระบบการศึกษา หมายถึง เด็กสัญชาติไทยที่ไม่ได้เข้าถึงการจัดการศึกษาตามเกณฑ์ที่กำหนด แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน และให้มีการติดตามเด็กนอกระบบการศึกษาที่อยู่ในวัยเรียน ช่วงอายุ 3-18 ปี จำนวนทั้งสิ้น 1,025,514 ล้านคน แบ่งเป็นการติดตามเด็กนอกระบบการศึกษา เด็กไทย 767,304 คน ติดตามได้ 365,231 คิดเป็น ร้อยละ 47.60 ยังติดตามไม่ได้ 402,073 คน คิดเป็นร้อยละ 52.40 การติดตามเด็กนอกระบบการศึกษา เด็กต่างชาติ 258,210 คน ติดตามได้ 31,816 คน คิดเป็น ร้อยละ 12.32 ยังติดตามไม่ได้ 226,394 คน คิดเป็นร้อยละ 87.68 ซึ่งขอให้ทุกหน่วยงานได้ใช้นิยามเด็กนอกระบบการศึกษาให้ตรงกันทุกหน่วยงาน โดยใช้ฐานข้อมูลของ ศนท.สป.ศธ. เป็นหลัก และใช้ระบบ OBEC Zero Dropout ของ สพฐ. ในการติดตามเด็กนอกระบบการศึกษา รวมถึงตรวจสอบข้อมูลเด็กในสถานพินิจและเด็กในวัยเรียน ที่เรียนในต่างประเทศ ร่วมด้วย ซึ่งที่สำคัญจะต้องป้องกัน แก้ไข ส่งต่อ และติดตามดูแล เข้ามาแล้ว ต้องไม่ให้หลุดไปอีก
“ในการประชุมดังกล่าว ผมได้ย้ำถึงการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งภาพรวม ศธ. จำนวน 340 ล้านบาท งบดำเนินงาน 210,280 ล้านบาท งบลงทุน 11,938 งบเงินอุดหนุน 92,387 ล้านบาท โดยผลการเบิกจ่ายและผลการใช้จ่ายในภาพรวมของ ศธ. ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด โดยเฉพาะงบลงทุนดังนั้นจึงย้ำให้ดูโรงเรียนที่มีผู้ทิ้งงาน โดยเฉพาะงานที่เหลืองวดงานไม่มาก หากทิ้งไว้จะเกิดความเสียหาย เสียงบประมาณ จึงฝาก สพฐ. ให้ดำเนินการติดตามแก้ไขให้ดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จด้วย” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวและว่า สำหรับของขวัญปีใหม่ สอศ. เตรียมเปิดศูนย์ “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน (Fix it Center) เทศกาลปีใหม่ 2568” ในวันที่ 27 ธ.ค. นี้ เพื่อส่งสุข ปลอดภัย ตลอดการเดินทางให้บริการตรวจสภาพรถก่อนการเดินทางฟรีทั่วประเทศ



