สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีน สูงเกือบ 130 ล้านล้านหยวน (ราว 607 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2566 โดยจีนยังคงมีส่วนส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยเฉลี่ยราวร้อยละ 30 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้จีนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุด ซึ่งอยู่เบื้องหลังการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกัน โครงสร้างเศรษฐกิจจีนยังคงพัฒนาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมตติยภูมิมีความสำคัญมากขึ้น มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมดังกล่าว คิดเป็น 56.3% ของจีดีพี เมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นจากปี 2561 มากกว่า 2 จุด
นายคัง อี้ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาตีจีน (เอ็นบีเอส) แถลงว่า จำนวนองค์กรและบุคลากรที่ทำงานในอุตสาหกรรมทุติยภูมิและตติยภูมิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จีนมีหน่วยงานถูกกฎหมายอยู่ในอุตสาหกรรมทุติยภูมิและตติยภูมิ 33.27 ล้านแห่ง เมื่อปี 2566 เพิ่มขึ้น 52.7% จากสิ้นปี 2561
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมทุติยภูมิและตติยภูมิ มีการจ้างงานกว่า 428.98 ล้านอัตรา จนถึงสิ้นปี 2566 เพิ่มขึ้น 11.9% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2561 และจำนวนหน่วยงานอิสระสูงเกือบ 88 ล้านแห่ง ซึ่งมีพนักงานรวม 179.56 ล้านคน
อนึ่ง ผลสำรวจสำมะโนเศรษฐกิจระดับชาติ ครั้งที่ 5 ได้นับรวมเศรษฐกิจดิจิทัลเข้ามาด้วยเป็นครั้งแรก โดยจีนมีบริษัทผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล 2.92 ล้านแห่ง ซึ่งมีพนักงาน 36.16 ล้านคน จนถึงสิ้นปี 2566 และรายได้ทางธุรกิจรายปีของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยรวมสูงถึง 48.45 ล้านล้านหยวน (ราว 226 ล้านล้านบาท)
จีนสำรวจสำมะโนเศรษฐกิจระดับชาติ 4 ครั้งแล้ว เมื่อปี 2547, 2551, 2556 และ 2561 ส่วนการสำรวจครั้งที่ 5 เกิดขึ้นเมื่อปี 2566.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : AFP



