สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า รัฐบาลเคียฟและชาวยูเครน มีความเชื่อมั่นในตัวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ จะสามารถ “กดดันอย่างแท้จริง” ให้รัฐบาลมอสโก สามารถยอมรับ “สันติภาพที่ยั่งยืน”


ขณะเดียวกัน ผู้นำยูเครนกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันในยุคทรัมป์ “มีบทบาทสำคัญ” ในการบริหารจัดการความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับยูเครน และเน้นย้ำความจำเป็นของ “การสร้างสันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง” คือหนทางที่จะสามารถยุติความขัดแย้ง ซึ่งยืดเยื้อจนจะเข้าสู่ปีที่สามแล้ว


ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน เซเลนสกีกล่าวว่า ทรัมป์เป็นบุคคลที่แข็งแกร่ง “แต่คาดเดาได้ยาก” และเขาหวังว่า ทรัมป์จะใช้ “ความคาดเดาได้ยาก” ในการจัดการกับรัสเซียด้วย พร้อมทั้งเรียกร้องความสนับสนุนด้านอาวุธจากตะวันตกอีกครั้ง


นอกจากนี้ เซเลนสกีสนับสนุนแนวคิดของฝรั่งเศส ในการส่งทหารรักษาสันติภาพเข้าไปประจำการในยูเครน อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเป็นแนวคิดของประเทศหนึ่งประเทศใด แต่ควรเป็นไปในทางเดียวกัน สำหรับประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)


อย่างไรก็ตาม เซเลนสกียอมรับว่า ทหารยูเครน “กำลังเหนื่อยล้าอย่างหนัก” กับการบุกอย่างไม่หยุดยั้งของรัสเซีย

อนึ่ง ข้อมูลจากสถาบันการศึกษาสงคราม (ไอเอสดับเบิลยู) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอิสระทางวิชาการของสหรัฐ ระบุว่า กองทัพรัสเซียสามารถรุกคืบดินแดนในยูเครนได้ 3,985 ตารางกิโลเมตร เมื่อปี 2567 เพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เท่า เมื่อเทียบกับสถิติของปี 2566.

เครดิตภาพ : AFP