ทึ่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลปากดง ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร แขวงทางหลวงกำแพงเพชร จัดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนโครงการก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงแผ่นดิน กิจกรรมก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินงานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1 ปากดง-นครชุมระหว่างพื้นที่ตำบลไตรตรึงษ์, ตำบลอ่างทอง, ตำบลคลองแม่ลาย, ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เตรียมขยายช่องทางจราจรแบบคู่ขนานจาก 4 เลนเป็น 6 เลน ระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร โดยมีนายศุภโชค ภูสมตา ปลัดอาวุโส อำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นประธานเปิด มีนายชัยศิริ ผูกใจเพื่อน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกำแพงเพชร
พร้อมด้วยนายสุชาติ ตาทิพย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม และเจ้าหน้าที่ร่วมบรรยายชี้แจงโครงการก่อสร้าง อันเนื่องจากปัจจุบัน กรมทางหลวง ได้ตระหนักถึงความสำคัญต่อการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการทางหลวง โดยกำหนดเป็นนโยบายการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอนหลักในกระบวนการดำเนินงานของกรมทางหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นตอนของการก่อสร้างและการบูรณะบำรุงรักษาทางหลวงเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ได้รับทราบข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ


ท้้งนี้ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น นายไพโรจน์ พุ่มไพศาลชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากดง พร้อมด้วยผู้บริหาร ตัวแทนชาวบ้านได้รวมตัวกันด้านหน้าหอประชุมเพื่อยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าและให้ช่วยดำเนินการขยายช่องทางจราจรและการสร้างสะพานและทางลอดถนนบริเวณจุดตัด จุดกลับรถต่างๆ ตลอดระยะทางตั้งแต่หน้าเทศบาลตำบลปากดง ไปจนถึงพื้นที่โค้งขี้เหล็ก ตำบลนครชุม เนื่องจากที่ผ่านมามักจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากรถทางตรงที่วิ่งมาเร็วและผู้ใช้รถใช้ถนนที่มักจะลักไก่ย้อนศร จึงอยากให้แขวงทางหลวงดำเนินการแก้ไขให้โดยเร่งด่วนเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุลงได้ โดยแขวงการทางเองได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนในเรื่องดังกล่าวว่า แขวงทางหลวงนั้นมีแผนดำเนินการไว้แล้วโดยตลอดระยะทาง 12 กิโลเมตรนั้นจะมีการทำสะพานยกระดับกับถนนคู่ขนานเพื่อให้รถทางตรงวิ่งได้สะดวก ส่วนรถที่จะข้ามเลนหรือกลับรถก็สามารถใช้พื้นที่ช่องลอดถนนใต้สะพานได้เลย ในส่วนของการดำเนินการก่อสร้างนั้นใช้ระยะเวลา 3 ปี จะดำเนินการครั้งละ 2 กิโลเมตร เพื่อลดปัญหาการจราจรตลอดทั้งเส้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญ เช่น ตลาดมอกล้วยไข่ จะต้องส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าน้อยที่สุด



