เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ชี้แจงกรณีมีการร้องเรียนเรื่องเตาเผาขยะติดเชื้อปล่อยควันดำช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า บริษัทเป็นผู้บริหารจัดการเก็บขนและกำจัดมูลฝอยติดเชื้อให้ กทม. ผ่านโรงงาน 3 แห่ง ในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช คือ โรงงานที่ 1 มีความสามารถในการกำจัดมูลฝอยได้ 24 ตันต่อวัน, โรงงานที่ 2 มีความสามารถในการกำจัดมูลฝอยได้ 16 ตันต่อวัน และโรงงานที่ 3 มีความสามารถในการกำจัดมูลฝอยได้ 24 ตันต่อวัน ปัจจุบันมีมูลฝอยติดเชื้อปริมาณ 52-55 ตันต่อวัน ปริมาณใกล้เคียงกับความสามารถกำจัด
สำหรับโรงงานที่มีปัญหา คือ โรงงานที่ 1 ซึ่งมี 2 เตาเผา แต่ละเตามีระบบบำบัดอากาศแยกออกจากกัน มีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี เริ่มเดินระบบมาตั้งแต่ปี 31 ขณะที่ กทม. ให้บริษัทเข้ามาบริหารจัดการแทนเมื่อช่วงปี 41 ผ่านมากว่า 30 ปี โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ตั้งแต่ ม.ค. 63 ถึงปี 65 ปริมาณมูลฝอยติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากเดิม 45 ตันต่อวันเป็น 126 ตันต่อวัน ส่งผลให้เตาเผาทำงานอย่างหนัก ตลอด 24 ชม. ไม่สามารถหยุดให้บำรุงรักษาได้ ปัจจุบันระบบจึงไม่อยู่ในสภาพการใช้งานที่มีประสิทธิภาพเหมาะสม
ทั้งนี้ หลังเกิดข้อร้องเรียน สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. แจ้งให้หยุดใช้ทันที ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา และให้ตรวจสอบรายละเอียด เพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขและจะไม่เปิดใช้เตาเผาจนกว่าจะแก้ไขปัญหา และเนื่องจากเตาเผาของโรงงานที่ 1 เป็นเทคโนโลยีเก่าที่แตกต่างจากอีก 2 โรงงาน การปรับปรุงให้กลับมามีประสิทธิภาพเท่ากับเตาเผาอื่น ต้องมีการออกแบบและปรับปรุงทางวิศวกรรมค่อนข้างมาก ใช้เงินลงทุนสูง ขณะที่ระยะสัญญาเหลือไม่มาก จะหารือกับ กทม. เพื่อหาแนวทางดำเนินการให้เหมาะสมต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. มีการติดตามการแก้ไขปัญหา ล่าสุดได้ให้สำนักสิ่งแวดล้อม เร่งของบประมาณกลาง เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขเตาเผาที่มีปัญหาแล้ว.




