วันนี้ (5 พ.ย.) จากกรณีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เข้าตรวจเชิงรุกหาเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ด้วย ATK ที่โรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ วานนี้ (4 พ.ย.) มีครู บุคลากร และนักเรียนในโรงเรียนประมาณ 1,200 คน เบื้องต้นพบผลเป็นบวกกว่า 80 คน จึงได้มีการกักตัวในโรงเรียนทั้งหมด ต่อมามีการตรวจซ้ำด้วยวิธี RT-PCR พบว่าทั้งหมดผลเป็นลบ ไม่มีใครติดเชื้อโควิด จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามกันในวงกว้าง ทำไมผลตรวจ ATK จึงคลาดเคลื่อนเป็นจำนวนมากขนาดนี้
หวั่นคลัสเตอร์ใหม่ เปิดเรียน 4 วัน ผล ATK บวก 80 ราย สั่งกักตัวในโรงเรียน
ล่าสุด นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจ กลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุ #atkผลบวกลวง หรือ false positive อย่าพึ่งเหมาว่าของไม่ดี โปรดพิจารณาให้ดี ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจและวิธีการอ่านผลว่าถูกต้องตามขั้นตอนและระยะเวลาหรือยัง เบื้องต้นหากผลเป็นบวก จาก ATK ทีม รร.ต้องเปิดแผนเผชิญเหตุ และปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด ทั้งการดำเนินการเพื่อยืนยันผลการแยกกักกลุ่มเสี่ยงสูง และเรื่องการให้ข่าว
รร.ที่ยังไม่เปิด หรือกำลังจะเปิดใน 1-2 อาทิตย์นี้ ต้องทบทวนแผนเผชิญเหตุ จนเข้าใจและปฏิบัติตามไปในแนวทางเดียวกัน
โล่งใจ! ตรวจซ้ำ’ครู-นร.’โรงเรียนมัธยมดังมุกดาหาร ผลเป็นลบไร้ติดเชื้อ
ส่วนระดับครอบครัว… หากบุตรหลานหรือคนในบ้านทำ ATK แล้วให้ผลบวก (วิธีการตรวจถูกต้อง) อันดับแรกคือ “มีสติ” … โทรฯ แจ้ง ครูประจำชั้นของเด็ก ต่อมาไปตรวจยืนยันการติดเชื้อด้วย PCR ที่ รพ.ใกล้บ้าน เดินทางด้วยรถส่วนบุคคล สวมหน้ากากตลอดเวลา… กักตัวจนกว่าผล pcr จะออก แต่หากเราเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ก็จะต้องนัดตรวจซ้ำตามเวลาหากผลตรวจเป็นลบ…
หากผล pcr ไม่พบเชื้อให้รีบโทรฯ แจ้งครูประจำชั้นเพื่อดำเนินการต่อไป
สำหรับครูที่รับแจ้ง… จะต้องประสานกับทีมเผชิญเหตุใน รร.เพื่อ “วางแผนระบุผู้มีความเสี่ยงสูงที่ต้องแจ้งเพื่อตรวจหาเชื้อและแยกกัก” โดย… “ต้องรักษาความลับของผู้ติดเชื้อทุกราย” เพื่อไม่ให้เกิดเป็นปัญหากับเด็กๆ นะครับ
สถานการณ์แบบนี้คงจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้เรามีการฉีดวัคซีนมากแค่ไหนก็ตามในเด็ก แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำคัญอยู่ที่ การเข้าใจและปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด ด้วยความปรารถนาดี และขอให้ทุกคนปลอดภัยครับ



