เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ร.ต.อ.หญิง ปรันธิดา สุขอาษา รองสว.(สอบสวน) สภ.ม่วงค่อม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย บนถนนหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) ขาขึ้น หลัก กม.ที่ 63-64 หมู่ 1 ต.ห้วยหิน อ.ชัยบาดาล จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รถกู้ชีพโรงพยาบาลชัยบาดาล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพงไล้ 16 ลำนารายณ์

ที่เกิดเหตุเป็นทางขึ้นเนิน พบรถกระบะ โตโยต้า วีโว สีบรอนซ์ ทะเบียน บษ-206 ลพบุรี สภาพด้านหน้ารถชนอัดอยู่กับคันดินพังเสียหายยับเยิน ตัวรถตกลงไปที่ร่องระบายน้ำข้างทาง ต้นไม้หักราบ 3 ต้น โดยมีผู้บาดเจ็บกระเด็นตกจากรถกระจัดกระจายเกลื่อนถนน นอนร้องขอความช่วยเหลือ บางส่วนยังติดอยู่ภายในรถ พร้อมด้วยคนขับทราบชื่อ นายจีระวัฒ คำปา อายุ 48 ปี ที่อยู่ 198 หมู่ 4 ต.ห้วยหิน อ.ชัยบาดาล เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถเร่งช่วยเหลือลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลชัยบาดาลรวม 11 คน นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตติดคาซากรถ 1 คน และเสียชีวิตกระเด็นออกนอกรถ 3 คน รวม 4 ราย ประกอบด้วย นายพรชัย ชอบค้าขาย อายุ 19 ปี นายสำเริง อุปประคุณ อายุ 42 ปี นางสมบัติ สีโมทร 50 ปี และ น.ส.สุปราณี อินทร์อุไร ห่างไปประมาณ 50 เมตร พบรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ถูกชนท้ายด้านขวาล้อหลังแตกเสียหาย มีนายกิตติวุฒิ สร้างเหม อายุ 35 ปี ที่อยู่ 62/1 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เป็นผู้ขับขี่ อยู่ในอาการตื่นตระหนก

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายจีระวัฒ ได้ขับรถกระบะบรรทุกคนงานของโรงงานมหพันธ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม รวม 15 คน ซึ่งออกกะงานในช่วงเช้า เพื่อเดินทางไปส่งที่บ้านซับหินขว้าง อ.ชัยบาดาล ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุ รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ที่มีนายกิตติวุฒิ เป็นผู้ขับขี่ กำลังชะลอความเร็วเพื่อเลี้ยวซ้ายนำอะไหล่รถไปส่งให้กับอู่บริเวณดังกล่าว แต่รถกระบะที่บรรทุกคนงานขับตามหลังด้วยความเร็วในระยะกระชั้นชิดโดยไม่ได้ระมัดระวังจึงเบรกไม่ทัน โดยพยายามหักหลบออกทางขวาแต่ไม่พ้น ชนเข้าที่ท้ายรถฟอร์จูนเนอร์อย่างจัง ก่อนเสียหลักหมุนพุ่งลงข้างทางชนกับตันไม้จนเป็นเหตุทำให้คนงานที่โดยสารมากับรถจำนวนมากกระเด็นตกถนน บางรายถูกอัดติดภายในรถจนเสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 11 ราย ซึ่งอาการไม่สาหัสแพทย์ให้กลับบ้านได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายจีระวัฒ คนขับรถบรรทุกคนงานในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.



