กรุงเทพมหานคร (กทม.) มี แผนล้างทำความสะอาดท่อ ในปีงบ 68 ความยาว 3,803.6 กม. ทั่วกรุงเทพฯ แบ่งเป็นความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ ความยาว 413 กม. และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ความยาว 3,390.6 กม. คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือน พ.ค. 68 เพื่อให้ทันพร้อมรับการระบายน้ำก่อนฤดูฝนจะมาถึง
โดยเฉพาะการล้างทำความสะอาดท่อช่วงบริเวณหน้าตลาด มีแผนทำความสะอาดท่อทุก ๆ 3 เดือน เพราะเป็นจุดเสี่ยงของการสะสมไขมันในบ่อพักท่อระบายน้ำและเส้นท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่และส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็มักจะพบไขมันอุดตันในเส้นท่อระบายน้ำและบ่อพักท่อระบายน้ำ เป็นประจำ

ซึ่งตาม ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ.2565 กำหนดให้สถานที่จำหน่ายอาหาร (ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ภัตตาคาร ศูนย์อาหาร) ต้องมีการแยกไขมันไปกำจัดก่อนระบายน้ำทิ้งออกสู่ระบบระบายน้ำ โดยใช้ถังดักไขมัน หรือบ่อดักไขมัน หรือการบำบัดด้วยวิธีการอื่น ที่มีประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่าการบำบัดด้วยถังดักไขมันหรือบ่อดักไขมัน และน้ำทิ้งต้องได้มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ การติดตั้งบ่อดักไขมัน หากฝ่าฝืนต้องโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535
ดังนั้นช่วง 3 เดือนนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. จึงสั่งทุกสำนักงานเขตลงตรวจว่ามีร้านใดบ้างที่ทิ้งน้ำโดยไม่ผ่านบ่อดักไขมัน หากไม่ทำตามจะแจ้งให้ปรับปรุง หากไม่ปรับปรุงก็จะดำเนินการตามมาตรการอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ การดักไขมันจากน้ำก่อนทิ้งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยป้องกันน้ำเสียและทำให้การระบายน้ำให้ดีขึ้น ส่วนอีกเรื่องที่ทำคู่ขนาน คือกวดขันการทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง โดยมีรายชื่อคลองที่พบการทิ้งขยะประมาณ 23 คลองจึงต้องเร่งดำเนินการกับผู้กระทำผิดให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

“ฝากทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่าปล่อยให้คนมักง่ายมาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว กทม. เองเดินหน้าตามมาตรการอย่างเข้มข้น แต่อาจดูไม่ทั่วถึงเพราะปริมาณร้านอาหารมีมาก หากทุกคนร่วมมือกันเชื่อว่าเมืองจะดีขึ้นได้” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
สำหรับการติดตั้งถังดักไขมันหรือบ่อดักไขมัน ควรติดตั้งบนพื้นเรียบในบริเวณที่สามารถรับน้ำเสียจากอ่างล้างจาน ทำความสะอาดหรือตักไขมันได้สะดวก เลือกใช้บ่อดักไขมันที่มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณน้ำเสีย นำเศษอาหารที่ติดอยู่กับตะแกรงออกมาทิ้งทุกวัน ตักไขมันออกเป็นประจำทุก 1-2 วัน หรือตามความเหมาะสม โดยสังเกตจากไขมันที่จับตัวเป็นคราบไขมันหนาลอยอยู่ เมื่อตักไขมันใส่ในถุงแล้วผูกปากถุงให้เรียบร้อยก่อนนำไปทิ้งรวมกับขยะมูลฝอยทั่วไป

ส่วนแผงค้าหาบเร่ แผงลอย ตามจุดผ่อนผันที่มีการปรุงอาหารหรือสตรีทฟู้ดนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า สตรีทฟู้ดตามกฎหมายก็จะต้องมีใบอนุญาตเหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการในการกำจัดดูแลเช่นเดียวกัน จึงต้องกวดขันตรวจทั้งร้านอาหารที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง และสตรีทฟู้ด รวมถึงเรือภัตตาคารที่ล่องอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย
ทั้งนี้ สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในพื้นที่ที่ กทม. อนุญาต หรือจุดผ่อนผันที่มีการปรุงอาหาร หรือมีการเท ทิ้ง น้ำเสีย หรือน้ำจากการประกอบกิจการ ผู้ค้าที่เข้าทำการค้าจะต้องจัดให้มีถังดักไขมัน โดยกำหนดไว้ในการลงทะเบียนสมัครเข้าทำการค้า ตามประกาศ กทม. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขาย หรือจำหน่ายสินค้าบนถนน หรือสถานสาธารณะ ลงวันที่ 29 ส.ค. 67 หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกตัดสิทธิการทำการค้าต่อไป.



