นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบคุณภาพเหล็กที่เก็บมาจากบริเวณที่เกิดเหตุอาคาร สตง.ถล่ม โดยมีนายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ว่า ตัวอย่างเหล็กที่ส่งเข้ามาตรวจที่ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย มีจำนวนทั้งหมด 7 ประเภท จำนวน 28 เส้น ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวอย่างเหล็ก

1. เหล็กข้ออ้อย  SD40T  ขนาด 12 มม. จำนวน 3 เส้น ยี่ห้อ SKY (ซินเคอหยวน)

2. เหล็กข้ออ้อย  SD40T  ขนาด 16 มม. จำนวน 3 เส้น  ยี่ห้อ SKY (ซินเคอหยวน)

3. เหล็กข้ออ้อย  SD40T ขนาด 20 มม. จำนวน  6 เส้น ยี่ห้อ SKY (ซินเคอหยวน)

4. เหล็กข้ออ้อย  SD50T  ขนาด 25 มม. จำนวน 2 เส้น ยี่ห้อ SKY (ซินเคอหยวน)

5. เหล็กข้ออ้อย  SD50T ขนาด 32 มม. จำนวน 7 เส้น ยี่ห้อ SKY 2 เส้น TATA (ทาทา สตีล) 4 เส้น TYS (ที-วายgvl) เครือไทยคูณ 1 เส้น

6. เหล็กเส้นกลม SR24  ขนาด 9 มม. จำนวน 2 เส้น ยี่ห้อ SKY

7. ลวดสลิง  ขนาด 15.2 มม. จำนวน 5 เส้น

ทั้งนี้ตามกระบวนการทดสอบทางค่าเคมี และค่าทางกล จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 18.00 น. ของวันที่ 31 มีนาคม 2568 ผลจะทยอยออกมาต่อเนื่อง ซึ่งการทดสอบดังกล่าว เพื่อตรวจสอบว่า เหล็กที่นำมาใช้ในการก่อสร้างอาคาร สตง. ที่ถล่มลงมาจากผลกระทบแผ่นดินไหว มีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือไม่ หลังจากได้ผลการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งทางสื่อมวลชนให้ทราบ พร้อมส่งรายงานผลไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป หากพบว่าเป็นเหล็กด้อยคุณภาพ กระทรวงอุตสาหกรรม จะดำเนินการเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกถึงต้นทางของบริษัทผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า จากนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด แต่ถ้าได้คุณภาพตามมาตรฐาน มอก. จะแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ตึก สตง.ถล่มต่อไป