นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “เซฟ กระทะฮ้าง” หรือ สมบูญ วรรณวงศ์ อดีตกุ๊กฝีมือดี ที่ผันตัวมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์สอนทำอาหารพื้นบ้านอีสาน จนเป็นที่รู้จักและโด่งดังโดยเพจเฟซบุ๊กผู้ติดตามกว่า 2.2 ล้านคน
ซึ่งก่อนหน้านี้เคยออกมาโพสต์ตัดพ้อเรื่องการเสียภาษี พร้อมตั้งคำถามกับสรรพากรว่า ตอนผมลำบากคุณไปอยู่ไหน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทย ขณะที่ล่าสุดกลับมีกระแสดราม่าอีกครั้ง เมื่อเซฟกระทะฮ้างไปซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อดัง โดยเลือกชำระแบบผ่อน แต่ปรากฏว่าไม่ได้เนื่องจากติดเครดิตบูโรก่อนจะโวยวายเสียงดังในห้างและโดนทัวร์ลง
และเกิดกระแสดราม่าหลายเรื่องตามมา อย่างล่าสุดได้มีการโพสต์ ประมาณว่าจะเลิก เป็นเรื่องให้ทัวร์ลงอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวได้โพสต์แคปชั่นพร้อมภาพรูปขาตั้งมือถือ และฉากประกอบทำอาหารที่ใช้ถ่ายทำคลิป พร้อมเขียนข้อความว่า เหลือเพียงอดีตให้จดจำลาก่อน
แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมง เจ้าตัวได้มีการโพสต์ทอดไข่เจียว สุดท้ายทุกคนก็รู้ว่าเป็นเรื่องของการเรียกยอดวิวเท่านั้น
ล่าสุดได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า คนที่เห็นตามสื่อต่างๆ เขาไปตัดต่อเองพูดนู่นนี่นั่น ก็ไม่ว่ากันครับ แต่เวลาผมทำดีผมไปบริจาค ไปให้อาหารกลางวันเด็ก ไปบริจาคทุนการศึกษาทำไมไม่พูดบ้างครับ ก็เอาข่าวผมไปลงบ้าง พูดกันบ้าง
“มีแต่เสียหาย ผมอยากจะฝากสังคมนะครับ ท่านจะมองผมยังไงผมไม่รู้นะครับ แต่ถ้าผิดผมก็ยอมรับผิดแบบลูกผู้ชาย ท่านพิจารณายังไงผมก็ยอมรับได้ครับ คำพูดคำจาถ้ามันรุนแรงพูดไม่เพราะ พูดไม่หวาน ผมบ้านนอกครับอาจจะมีอะไรผิดพลั้งไป ไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วครับเป็นบทเรียนครับ”
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีของ “เซฟกระทะฮ้าง” ในช่วงที่ผ่านมา ได้ให้บทเรียนและข้อคิดหลายอย่างแก่สังคมเช่นกัน
1. ความสำคัญของการรู้เท่าทันสื่อและการแสดงความรับผิดชอบ:
การแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียต้องมีความระมัดระวังและไตร่ตรอง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่นและตนเองได้ เมื่อเกิดความผิดพลาด การยอมรับผิดและขอโทษอย่างจริงใจเป็นสิ่งสำคัญในการเยียวยาความรู้สึกของสังคม
2. ความเข้าใจเรื่องภาษีและสวัสดิการของรัฐ:
กรณีการตัดพ้อเรื่องการเสียภาษีสะท้อนถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับระบบภาษีและสวัสดิการที่รัฐจัดให้แก่ประชาชนทุกคน
สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
3. การจัดการชื่อเสียงและความคาดหวังของสังคม:
การมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วอาจนำมาซึ่งความกดดันและความคาดหวังที่สูงจากสังคม
การรักษาความสม่ำเสมอ ความจริงใจ และการไม่หลงไปกับชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคคลสาธารณะ
4. ผลกระทบต่อบุคคลรอบข้าง:
ดราม่าที่เกิดขึ้นกับบุคคลสาธารณะมักส่งผลกระทบต่อคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว การตระหนักถึงผลกระทบนี้เป็นสิ่งสำคัญในการแสดงความเห็นอย่างมีความรับผิดชอบ
5. การใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีวิจารณญาณ:
สังคมได้เห็นถึงผลของการตัดสินบุคคลอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ และความสำคัญของการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนแสดงความคิดเห็น
โดยรวมแล้ว กรณี “เซฟกระทะฮ้าง” เป็นอุทาหรณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของสังคมออนไลน์ ความสำคัญของการสื่อสารอย่างมีความรับผิดชอบ ความเข้าใจในเรื่องพื้นฐานอย่างภาษี และผลกระทบของการมีชื่อเสียงต่อบุคคลและสังคมโดยรวม
ถนอมศรี จันทร์ทอง รายงาน
ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก เซฟกระทะฮ้าง



