เมื่อวันที่ 11 เม.ย. นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมศูนย์ควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลาง (CTC) และย่านเตรียมขบวนรถทางไกล เพื่อให้แน่ใจว่าทุกระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยตามนโยบายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ทั้งนี้ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อม โดยให้ประชุมแผนฉุกเฉินทันทีหากเกิดกรณีฉุกเฉิน รวมถึงกรณีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวด้วย

นายวีริศ กล่าวต่อว่า วันที่ 11 เม.ย.2568 จะมีผู้โดยสารเดินทางจำนวนมาก เพราะเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากถึง 118,698 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารขาเข้า 37,983 คน และขาออก 80,715 คน ซึ่งเป็นวันที่มีจำนวนผู้โดยสารเดินทางมากที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ทั้งนี้ รฟท. ให้บริการเดินขบวนรถประจำกว่า 214 ขบวน พร้อมเสริมขบวนรถพิเศษ 5 ขบวนในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางของประชาชนให้ทุกคนสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่น ดังนี้

ขบวน 977 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี ออกเวลา 18.20 น. ถึง 04.25 น., ขบวน 5 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – เชียงใหม่ ออกเวลา 19.05 น. ถึง 07.50 น., ขบวน 983 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์- ยะลา ออกเวลา 19.30 น. ถึง 13.10 น., ขบวน 967 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุดรธานี ออกเวลา 21.45 น. ถึง 07.40 น. และขบวน 955 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – ศิลาอาสน์ ออกเวลา 22.50 น. ถึง 06.40 น.

นายวีริศ กล่าวด้วยว่า กระทรวงคมนาคม และ รฟท. ตั้งใจส่งมอบความปลอดภัยในการเดินทาง และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ไทยให้กับประชาชน โดยตั้งเป้าว่า อุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ยังประสานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในบริเวณสถานี และบนขบวนรถ พร้อมประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น จัดอาสาสมัครเฝ้าระวังทางผ่านเสมอระดับรถไฟ – รถยนต์ ที่มีความเสี่ยงหรือมีสถิติอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หรือบริเวณที่เป็นชุมชนหนาแน่น และจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ-รถยนต์ทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง.