วันนี้ (10 พ.ย.) พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พร้อมตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าตรวจสอบสภาพศพ นายนรภัทร์ หรือ แป๋ง โสภา อายุ 25 ปี หลังจากหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม กู้ภัยฮุก 31 จุด อ.ลำปลายมาศ และกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ ร่วมกันงมหาร่างจนพบในอ่างเก็บน้ำชลประทานลำปลายมาศ หลังว่ายน้ำหายไปในอ่างเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา สภาพศพมีบาดแผลบริเวณหน้าผาก คาดว่าโดนกระแทก ในมือขวายังกำกุญแจรถเอาไว้
จากนั้นได้มีน.ส.มลฤดี อบอุ่น อายุ 25 ปี แฟนสาวผู้ตาย และนางสมหมาย ดวงศรี อายุ 56 ปี ป้าผู้ตาย เดินทางมาถึงต่างร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ น.ส.มลฤดี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุแฟนบอกว่าจะขับรถมาหาแต่ไม่เห็นมาจึงเข้านอน พอรุ่งเช้าญาติแฟนมาบอกจึงตามหาตามสถานีตำรวจแต่ไม่พบ ทางญาติต่างเป็นห่วงเพราะยืมรถญาติไป

นางสมหมาย ป้านายแป๋ง บอกว่า หลานเคยติดคุกในคดียาเสพติดเพิ่งออกมาได้ประมาณ 5 เดือน และได้สัญญากับทางญาติว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก คืนเกิดเหตุหลานได้ไปยืมรถยายบอกว่าจะไปหาแฟนไม่คิดว่าจะมารับยาเสพติดอีก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ก้องชาติ เลี้ยงสมทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้รับรายงานว่า มีการนัดส่งยาบ้าในเขตพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ จึงสั่งการให้ชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าติดตามหาข้อมูล กระทั่งคืนวันที่ 8 ต่อวันที่ 9 สามารถติดตามรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ แคป สีขาว ทะเบียน บร-3049 บุรีรัมย์ ซึ่งคาดว่าจะมารับยาบ้าบนถนนสาย 226 บุรีรัมย์-นครราชสีมา บริเวณหน้าเทศบาลลำปลายมาศ
จากนั้นรถต้องสงสัยได้จอดข้างทางแล้วมีคนในรถที่นั่งมาด้วยกันทราบชื่อต่อมา นายอานนท์ โสภา อายุ 23 ปี เป็นญาติกับนายแป๋ง คนขับลงจากรถแล้วมาเอายาบ้าที่วางไว้ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวขอจับกุม ทันใดนั้นนายแป๋ง คนขับรถตกใจได้ขับรถพุ่งออกไปแล้วไปเฉี่ยวชนใส่นายอานนท์ ซึ่งตกใจจะวิ่งกลับมาขึ้นรถเช่นเดียวกันจนกระเด็นตกข้างทาง โดยตำรวจได้เข้าไปหมายจะควบคุมตัวนายอานนท์ที่ตกไปข้างทาง แต่พบว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงเรียกให้หน่วยกู้ภัยในพื้นที่มารับตัวไปส่งโรงพยาบาล ตรวจสอบบริเวณนั้น พบยาบ้า 2,000 เม็ด อยู่ข้างหลักกิโลเมตรจึงยึดไว้ตรวจสอบ

ขณะที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งได้ขับรถตามนายแป๋งอย่างกระชั้นชิด เห็นขับเลี้ยวเข้าไปในวัดป่าโพธิ์ชัยซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร แล้วขับส่ายไปมาเหมือนไม่รู้ทิศทางว่าจะไปทางไหน จากนั้นนายแป๋งได้ขับไปเบียดใส่กำแพงวัดแล้วรถเสียหลักพุ่งลงไปในอ่างเก็บน้ำชลประทานซึ่งอยู่ติดด้านหลังของวัด ชุดจับกุมได้วิ่งเข้าไปพบรถจมน้ำลึกประมาณ 1.5 เมตร พบประตูรถเปิดไว้และเห็นนายแป๋งว่ายน้ำออกไปเพื่อหนีการจับกุม
ตำรวจได้พยายามตะโกนให้กลับมาเพราะอันตรายเป็นอ่างเก็บน้ำ นายแป๋งได้หันมามองตำรวจแล้วว่ายต่อเพราะคงคิดว่าจะว่ายน้ำไปขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง โดยหารู้ไม่ว่าเป็นอ่างเก็บน้ำซึ่งมีความกว้างกว่า 200 ไร่ จากนั้นนายแป๋งได้จมหายไปในน้ำต่อหน้า ตำรวจจึงประสานหน่วยกู้ภัยมาช่วยงมหาร่างตั้งแต่ตอนกลางคืนจนรุ่งเช้า และอีก 1 วัน จนพบร่างดังกล่าว



