เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่เมืองพัทยา หนองปรือ บางละมุง และห้วยใหญ่ หรือเรียกได้ว่าทั่วทั้งอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของ “ตู้คีบตุ๊กตา” ลักษณะตู้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผุดขึ้นตามจุดต่างๆ อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง
ตู้คีบตุ๊กตาเหล่านี้ถูกติดตั้งในหลากหลายสถานที่ ทั้งห้างสรรพสินค้า สถานีน้ำมัน และบางแห่งถึงกับเปิดเป็นธุรกิจอย่างโจ๋งครึ่ม ด้วยการเช่าอาคารพาณิชย์ เช่าที่ดิน สร้างอาคารถาวร ตกแต่งหรูหรา ติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ เพื่อดึงดูดลูกค้า กลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ทั้งที่มากับผู้ปกครองและมาเพียงลำพัง ซึ่งสร้างความน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อการที่เยาวชนอาจตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแฝงคล้ายการพนันเช่นนี้
ตู้คีบตุ๊กตาเหล่านี้ตั้งอยู่ในแหล่งที่มีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน ใกล้สถานบันเทิง ตลาด ศูนย์การค้า และแหล่งชุมชน ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือบางแห่งเปิดให้บริการในลักษณะร้านขนาดใหญ่ มีตู้คีบตุ๊กตามากกว่า 10 ตู้ พร้อมโปรโมชั่นดึงดูดใจเยาวชนและวัยรุ่น เช่น การกดติดตามกดไลค์ในโซเชียลมีเดียของร้านเพื่อรับเหรียญเล่นฟรี และการสะสมแต้มจากการแลกเหรียญเล่นตู้คีบตุ๊กตาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป เพื่อลุ้นรับสร้อยคอทองคำ 1 สลึง
ในขณะที่บางแห่งมีการติดป้ายแจ้งเพื่อเลี่ยงความผิด โดยระบุว่าสินค้าในตู้มีราคาสูงถึง 300 บาท และหากหยอดเหรียญครบตามจำนวนจะได้สินค้า แต่ส่วนใหญ่จะมีตู้แลกเหรียญเฉพาะสำหรับหยอดตู้คีบตุ๊กตาโดยตรง บางแห่งมีการติดป้ายเตือนว่า “ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น หรือที่นั่งพัก หากข้าวของพังเสียหายมีกล้องวงจรปิดส่งตำรวจ” แต่ก็ไม่สามารถสกัดกั้นเยาวชนจำนวนมากที่ยังคงเข้ามาใช้บริการอย่างคึกคัก
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความคลางแคลงใจและสงสัยให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดนครนายก “ตู้คีบตุ๊กตา” ถูกจัดอยู่ในประเภทการพนันบัญชี ข. หมายเลข 28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2474 ซึ่งการจัดให้มีการเล่นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อน หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย แต่ในพื้นที่อำเภอบางละมุงกลับมีการเปิดให้บริการอย่างเสรีและแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รัฐบาลประสบความสำเร็จในการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าที่เคยมีการเปิดขายอย่างโจ๋งครึ่มในพื้นที่อำเภอบางละมุงจนแทบหมดไป กลับมีสิ่งมอมเมาเยาวชนในรูปแบบคล้ายการพนันผุดขึ้นมามากมายยิ่งกว่าดอกเห็ด และขยายตัวอย่างเสรีไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ทำให้ประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ ชี้แจง และแถลงความชัดเจนในเรื่องนี้ รวมถึงการตัดวงจรและป้องกันปัญหาการพนันในกลุ่มเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างจริงจัง




