ปัญหาสิวอาจจะจบไปแล้ว แต่สิ่งที่ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์อย่างรอยดำ รอยแดงจากสิว กลับกลายเป็นปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่แพ้กัน เพราะทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียน สีผิวไม่สม่ำเสมอจนต้องพยายามหาทางปกปิดหรือรักษา แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของรอยเหล่านี้ คือก้าวแรกสู่การดูแลผิวอย่างถูกวิธี และแน่นอนว่าปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีการรักษารอยดำรอยแดงที่ทันสมัยและเห็นผลได้เป็นอย่างดี ดังนัั้น ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปดูสาเหตุของการเกิดรอยดำ รอยแดง พร้อมวิธีการรักษาที่เห็นผลจริง
รอยดำ เกิดจากอะไร
รอยดำจากสิว หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Post-Inflammatory Hyperpigmentation (PIH) เกิดขึ้นจากกระบวนการอักเสบของสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ สิวหัวช้างหรือแม้แต่การบีบเค้นสิวอย่างรุนแรง ซึ่งอาการอักเสบเหล่านี้จะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ให้ผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ออกมามากกว่าปกติ เมื่อสิวหายแล้ว เม็ดสีส่วนเกินเหล่านี้ยังคงตกค้างอยู่ในชั้นผิว ทำให้บริเวณนั้นปรากฏเป็นรอยสีน้ำตาลหรือสีดำคล้ำ ยิ่งการอักเสบรุนแรงหรือยิ่งผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยไม่มีการป้องกันมากเท่าไหร่ รอยดำก็จะยิ่งเข้มและจางหายได้ช้าลงเท่านั้น
รอยแดง เกิดจากอะไร
รอยแดงจากสิวหรือ Post-Inflammatory Erythema (PIE) มักเกิดตามหลังสิวอักเสบเช่นกัน แต่เป็นผลมาจากการที่เส้นเลือดฝอยบริเวณที่เกิดการอักเสบขยายตัว หรืออาจเกิดความเสียหายขึ้นกับเส้นเลือดฝอยเหล่านั้นในระหว่างกระบวนการอักเสบ เมื่อสิวยุบลงแล้ว การไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้นอาจยังไม่กลับสู่ภาวะปกติทันที ทำให้ยังคงเห็นเป็นรอยสีแดงหรือชมพูอยู่ รอยแดงประเภทนี้มักพบได้บ่อยในผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างขาว และมักจะจางหายไปได้เองตามธรรมชาติ แต่ก็อาจใช้เวลานานหลายเดือนได้เช่นกัน

สามารถรักษารอยดำ รอยแดงจากสิวให้หายขาดได้ไหม
รอยดำและรอยแดงจากสิวสามารถรักษาให้จางลงหรือหายไปได้ในระดับหนึ่ง แต่การรักษาให้หายขาดอย่างถาวรขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความลึกของรอย การตอบสนองของผิวและวิธีการรักษาที่เลือกใช้ โดยทั่วไปแล้วการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารลดการอักเสบหรือผลัดเซลล์ผิว เช่น วิตามิน C, AHA, BHA รวมถึงการทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ช่วยเร่งการฟื้นฟูผิวให้รอยจางลงได้เร็วขึ้น แต่ทั้งนี้ควรดูแลผิวอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น แสงแดดหรือการบีบสิว เพราะอาจทำให้รอยเหล่านั้นฝังแน่นและรักษายากขึ้น
วิธีการรักษารอยดำ รอยแดงจากสิว เผยผิวหน้าที่ดูเนียนใส
มีหลากหลายวิธีในการรักษารอยดำ รอยแดงจากสิว ตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมช่วยลดเลือนรอย เช่น วิตามิน C, Niacinamide, AHA, BHA ไปจนถึงการทำทรีตเมนต์หรือหัตถการโดยผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม หนึ่งวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพการรักษารอยสิว นั่นก็คือการทำ Pico Laser
Pico Laser (พิโคเลเซอร์) ถือเป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงความเร็วสูงระดับ Picosecond (1 ต่อล้านล้านวินาที) ซึ่งเร็วกว่าเลเซอร์แบบเดิม ๆ (Q-Switched Laser) อย่างมาก ความเร็วสูงนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Photoacoustic Effect คือการที่พลังงานเลเซอร์ทำให้เม็ดสีแตกตัวออกเป็นอนุภาคเล็กละเอียดมาก ๆ โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสมในเนื้อเยื่อรอบข้างมากนัก นอกจากจะช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแดงจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำและรูขุมขนกว้างอีกด้วย เพราะสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวได้อย่างล้ำลึก ส่งผลให้ผิวเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
โดยปกติแล้วหลังการทำ Pico Laser ผิวอาจมีรอยแดงเล็กน้อย ซึ่งจะจางลงภายใน 1 – 3 วัน และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไป จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการดูแลผิวแบบไม่ต้องพักฟื้นมากนัก และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3 – 5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน

สรุปบทความ
รอยดำ รอยแดงจากสิวนับเป็นปัญหาผิวที่พบบ่อยหลังการอักเสบของสิว โดยรอยดำเกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินที่มากเกินไป ส่วนรอยแดงเกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอย แม้ว่ารอยเหล่านี้อาจสร้างความกังวล แต่ก็สามารถรักษาให้จางลงหรือหายไปได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ปัจจุบัน เทคโนโลยี Pico Laser ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับทั้งรอยดำ และรอยแดงจากสิว ด้วยหลักการส่งพลังงานความเร็วสูงเข้าไปทำลายเม็ดสีส่วนเกินและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ทำให้ผิวกลับมาดูเรียบเนียน กระจ่างใส เผยผิวสุขภาพดีได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง



