กรณีที่ประชาชนในพื้นที่บ้านสว่าง หมู่ 12 ต.สว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ร้องเรียนผ่าน ดร.ฉลาด ขามช่วง ประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ว่า คลองชลประทานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2565 กลับไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ ก่อนที่จะนำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

‘ฉลาด’ ปธ.กมธ.ปปช.ฯ ลงพื้นที่ ‘ร้อยเอ็ด’ ตรวจสอบระบบส่งน้ำ ไร้ประสิทธิภาพ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายวสันต์ พรหมดีสาร ผอ.โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้มอบหมายให้นายออน วิศาลอาชีวะเจริญ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดย นายออน เปิดเผยว่า โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงและผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ใช้น้ำจากโครงการดังกล่าว ดังนี้

ในปี พ.ศ. 2559 นางลำไย พละวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.สว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เสนอโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าลำน้ำยัง จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากราษฎรบริเวณดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาไม่มีน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากลำน้ำยังได้ เพราะไม่มีเครื่องสูบน้ำและคลองส่งน้ำ ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้มีบันทึกสั่งการให้อธิบดีกรมชลประทาน พิจารณาดำเนินการโครงการดังกล่าว และกรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานร้อยเอ็ด สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ดำเนินการพิจารณาโครงการ สำรวจ ออกแบบ เสนอแผนงาน/โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านสว่าง ต.สว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ได้รับการจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการ ก่อสร้างในปีงบประมาณ 2565 วงเงินค่าก่อสร้าง 35 ล้านบาท และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 รายละเอียดโครงการประกอบด้วย

ติดตั้งเครื่องสูบน้ำหอยโข่ง อัตราสูบน้ำ 0.30 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง ระยะยก ไม่น้อยกว่า 30 เมตร, ก่อสร้างท่อส่งน้ำรับแรงดันท่อเหล็ก สาย MP ความยาวรวม 2,400 เมตร, ก่อสร้างคลองส่งน้ำดาดคอนกรีต สาย MC.1 ความยาวรวม 2,765 เมตร

โดยพื้นที่ส่งน้ำรวม 1,310 ไร่ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านสว่าง ต.สว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 เป็นโครงการที่ต้องถ่ายโอนภารกิจหลังการดำเนินการ ก่อสร้างแล้วเสร็จ ตาม พ.ร.บ.การกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2542 ให้แก่ อบต.สว่าง ทั้งทรัพย์สินและอำนาจการบริหารจัดการน้ำ งานจัดเก็บค่ากระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้น จากการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการทดลองสูบน้ำ

เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 โดยประสานงานกับ อบต.สว่าง และกลุ่มเกษตรกรผู้รับประโยชน์จากโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านสว่าง ร่วมกันติดตามการส่งน้ำตั้งแต่ต้นคลองส่งน้ำจนถึงปลายคลองส่งน้ำ ซึ่งสามารถส่งน้ำได้จนถึงปลายคลองส่งน้ำตามที่กำหนดไว้ จากการติดตาม มีพื้นที่ส่งน้ำช่วงปลายคลองส่งน้ำ ระยะทางประมาณ 400 เมตร ลักษณะที่ดินของเกษตรกรมีระดับสูงกว่าคลองส่งน้ำ การนำน้ำไปใช้จำเป็นต้องปรับเกลี่ยระดับดินพื้นที่การเกษตรบางส่วนขุดร่องชักน้ำ หรือวางท่อลอดส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตรของตนเอง การดำเนินการถ่ายโอนภารกิจ ตาม พ.ร.บ.กระจายอำนาจ ไม่สามารถถ่ายโอนได้ เนื่องจากทาง อบต.สว่าง แจ้งว่าจากการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสว่าง ที่ประชุมประสงค์ขอให้ผู้ใหญ่บ้านสว่างรับรองและยืนยันความเรียบร้อยของงานก่อน เพราะมีพื้นที่ปลายน้ำไม่สามารถรับน้ำได้ เนื่องจากสภาพพื้นที่การเกษตรบางส่วนของกลุ่มเกษตรกรอยู่สูงกว่าคลองส่งน้ำ และขอให้โครงการชลประทานร้อยเอ็ดสูบน้ำให้พื้นที่การเกษตรเป็นระยะเวลา 1 ปี ก่อน หากไม่มีปัญหาจึงจะพิจารณารับมอบถ่ายโอน ต่อไป

ปัจจุบันการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแพและเครื่องสูบน้ำ, อาคารบ้านพัก ตลอดจนการขุดลอกตะกอนดินในคลองส่งน้ำ และทำความสะอาดตัวอาคารชลประทานทุกแห่ง ดำเนินการทดสอบการสูบน้ำอีกครั้ง โดยเชิญกลุ่มเกษตรผู้รับน้ำเข้าร่วมสังเกตการณ์และติดตามการส่งน้ำตลอดสาย รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรที่มีพื้นที่การเกษตรสูงกว่าคลองส่งน้ำ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 พบว่าคลองส่งน้ำสามารถส่งน้ำได้ตลอดสายจนถึงปลายคลอง แต่พบบางช่วงของคลองส่งน้ำมีจุดชำรุดและคลองดาดคอนกรีตแตกร้าว เนื่องจากไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับช่วงปลายคลองประมาณ 400 เมตร พื้นที่นามีระดับสูงกว่าท่อรับน้ำ อาจจำเป็นต้องแก้ไขโดยปรับระดับดินพื้นที่และขุดร่องชักน้ำ หรือยกระดับท่อส่งน้ำให้สูงเหนือระดับที่นาหรือฝังท่อส่งน้ำใต้ดินเข้าพื้นที่

โดยโครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้หารือกับกลุ่มเกษตรกรและผู้นำชุมชนแล้ว จะดำเนินการแก้ไขหลังจากการทดสอบสูบน้ำอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบระดับน้ำในคลองส่งน้ำ ในการวางแผนการแก้ไขเพื่อให้เกิดความพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการซ่อมแซมจุดที่ชำรุดดังกล่าวแล้ว เมื่อดำเนินการเสร็จ จะประชาสัมพันธ์ให้ท้องถิ่นทราบในการทดสอบการสูบน้ำอีก

อนึ่ง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำบ้านสว่าง ต.สว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เป็นไปตาม พ.ร.บ.การกระจายอำนาจ มีความต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องเกษตรกร โครงการชลประทานร้อยเอ็ด จะได้เร่งประสานการถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวให้ อบต.สว่าง และจะเร่งดำเนินการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำควบคู่กัน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ขณะที่นายสมศักดิ์ อุปัชฌาย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านสว่าง เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชาวบ้านเกิดความสงสัยว่าเหตุใดคลองที่สร้างเสร็จแล้วจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ พร้อมย้ำว่าการขาดการสื่อสารระหว่างหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และชาวบ้าน ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัญหายืดเยื้อ

“วันนี้ดีใจที่ชลประทานลงพื้นที่ทำความสะอาด ทดสอบระบบ และหาทางแก้ไข พร้อมรับฟังความเห็นชาวบ้าน คาดว่าหลังจากมีการปรับปรุงยกระดับไหล่คลอง และเสริมคลองให้มั่นคงขึ้นแล้ว น้ำจะสามารถไหลเข้าสู่ที่นาได้ ชาวบ้านจะได้ใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูกได้อย่างเต็มที่” นายสมศักดิ์ กล่าว