ด้วยความที่ข้อจำกัดของการพกล้อเดียวไปด้วย ไม่สามารถโหลดขึ้นเครื่องได้ การเดินทางครั้งนี้จึงกินเวลายาวนานถึง 11 วัน เริ่มต้นจากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่เชียงราย ก่อนจะข้ามแดนผ่านลาวฝั่งบ่อเต็นมุ่งหน้าสู่เต๋อเจียง ภูมิประเทศที่สูงขึ้นตามลำดับ จนเราเริ่มเข้าสู่โม่เจียงนอกจากความสูงที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 3,000 เมตร อากาศเริ่มหนาวเย็น แต่ไม่ว่าความหนาวหรืออากาศที่เบาบางบอกเลยว่าไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับการเล่นล้อเดียว

แล้วทุกคนก็ได้นำล้อเดียวสัมผัสพื้นดินหลังจากการเดินทางยาวนานจุดแรกที่เมืองโบราณต้าหลี่ เมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดี สมกับเป็นเมืองหลวงเก่าที่มีอายุยาวนานกว่า 1,200 ปี มีหอคอยอู่หัวเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมือง สร้างขึ้นโดยกษัตริย์หนานจ่าว เคยถูกเผาทำลายในยุคสงครามและก่อสร้างขึ้นใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม รอบนอกมีทุ่งข้าวบาร์เลย์

อีกหนึ่งไฮไลท์ของชาวล้อเดียวของเมืองต้าหลี่คือ ทะเลสาบเอ๋อไห่ ทะเลสาบบนที่ราบสูงที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสาธารณรัฐประชาชนจีน รอบทะเลสาบมีทั้งบ้านเรือนโบราณ หมู่บ้านชาวประมง และวัดเก่าแก่ มีเทือกเขาชางซานเป็นฉากหลังอันงดงาม ทุกเย็นมักมีหนุ่มสาวมาทำกิจกรรมเส้นทางรอบทะเลสาบทั้งขี่จักรยาน เดินเล่น แวะเช็คอินคาเฟ่

แลนด์มาร์กอีกแห่งที่ห้ามพลาดคือ เจดีย์สามองค์ ซึ่งอยู่ภายในวัดฉงเซิ่ง วัดสำคัญประจำเมือง เจดีย์โบราณสร้างขึ้นราว 1,100-1,150 ปีก่อน จากอิฐและเคลือบด้วยดินเหนียวสีขาว สามารถมองเห็นได้จากเมืองเก่าต้าหลี่ ทั้งยังครองตำแหน่งเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศจีน เจดีย์องค์ที่สูงที่สุดมีทั้งหมด 16 ชั้น สูงถึง 69.6 เมตร สร้างขึ้นในสมัยน่านเข้า และอีก 100 ปีต่อมาเจดีย์อีกสององค์ก็สร้างขึ้นตามมา

ห่างจากเมืองต้าหลี่ไปอีก 340  กม. ที่เมืองแชงกรีล่า ท่ามกลางเส้นทางธรรมชาติอันงดงามกับภาพภูเขาสูงเสียดฟ้า กลุ่มล้อเดียวนำล้อลงเล่นอีกครั้งที่เจย์ดีย์สูงราว 108  เมตร เป็นหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองนี้เจดีย์ขาว เสื้อกันหนาวตัวหนาถุงมือถูกนำมาใช้ เสียงวิทยุสื่อสารเริ่มส่งสัญญาณ ผู้นำส่งสัญญาณให้ตั้งแถวตอนเรียงหนึ่ง พร้อมทั้งต้องปรับตัวใหม่กับการจราจรที่ต้องเปลี่ยนจากเลนซ้ายมาเป็นเลนขวา โดยมีทั้งรถนำและปิดท้ายเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ทุ่งหญ้ากว้างมีลมเย็นพัดมาต่อเนื่องมองไกลออกไปเห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เสียงเตือนให้ชิดด้านขวาดังมาเป็นระยะ ๆ หากไม่มีตัวแปรอย่างธรรมชาติที่ไม่เป็นใจนัก การบังคับล้อเดียวให้อยู่ชิดขวาเสมอไม่ใช่เรื่องยาก แต่แล้วลมที่ผ่านทุ่งกว้างจากข้างทาง จามรีกำลังเล็มหญ้า กับอุณหภูมิ 13 องศา แรงลมที่พัดเป็นระยะหอบทั้งความเย็นทั้งความแรง ทำให้การทรงตัวทำได้ยาก

เมื่อดูเหมือนว่ากลุ่มล้อเดียวจะควบคุมรถอยู่ในเส้นทางลำบากซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เสียงแจ้งให้ทุกคนจอดก็ดังขึ้น “ขอให้ทุกคนจอดข้างทางก่อนนะคะ” หลังปรึกษาหารือกันแล้วสรุปว่ากระแสลมที่แรงเกินไปทำให้ไม่สามารถควบคุมล้อเดียวได้ ทุกคนลงมติว่าหยุดเล่นเพื่อความปลอดภัย แม้จะเสียดายเพราะเส้นทางนี้สวยงามมาก แต่ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด

แชงกรีล่าเป็นเมืองที่อยู่ในรัฐปกครองตนเองของทิเบตมณฑลยูนนาน เป็นเมืองแห่งศรัทธาและศักดิ์สิทธิ์ มีความพลุกพล่านยามค่ำคืนย่านเมืองเก่าคล้ายถนนคนเดินทั่วไปลานจตุรัสหน้าวัดในเมืองจะเป็นจุดนัดพบของหนุ่มสาว บ้างก็เต้นคล้ายแอโรบิคแต่ไม่ใช่ ดูเป็นจังหวะของดนตรีพื้นเมืองและท่าเต้นที่นุ่มนวล บ้างก็ร้องเพลง อีกส่วนก็ขึ้นไปขอพรหมุนกงล้อมนต์ยักษ์แทนการสวดมนต์

“วัดชงจ้านหลินวัดซงจ้านหลิน” เป็นหนึ่งในไฮไลท์ มีชื่อเรียกในภาษาทิเบตว่า “ก่าเต็นซุมแจ็นลิน” สถานที่เที่ยวชื่อดังของเมืองเซียงเก๋อหลี่ลา ที่นี่เป็นวัดทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในยูนนาน ได้ฉายาว่า “วังโปตาลาน้อย” เพราะคล้ายกับวังโปตาลา ที่เมืองลาซาของทิเบต ตัววัดสร้างเมื่อปี 1683 แต่ถูกทำลายเสียหายในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ปี 1966 แล้วถูกสร้างใหม่ให้เหมือนของเก่าในปี 1982 ตำแหน่งตั้งอยู่ทางเหนือของตัวเมืองเซียงเก๋อหลี่ลา สูงจากระดับน้ำทะเล 3,380 เมตร สีทองอร่ามเมื่อเมื่อแสงแดดตกกระทบ มีชาวล้อเดียวที่จอดล้อชั่วคราวแล้วสลัดคราบเป็นคนพื้นถิ่นด้วยชุดพื้นเมือง ดูกลมกลืนไปกับบรรยากาศของวัด

ระหว่างทางก่อนถึงเต๋อชิง จุดโค้งของแม่น้ำแยงซีเกียงมีจุดพักถ่ายรูป สะพานที่ยื่นไปอยู่ท่ามกลางความสวยงามธรรมชาติโดยสร้างเป็นรูปทรงโค้งเกือบสามร้อยหกสิบองศา มีภาพภูเขาสลับซับซ้อนสูงสุดเป็นหิมะบาง ๆ เป็นฉากหลัง

แม่น้ำแยงซีเกียงหรือแม่น้ำฉางเจียง เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชีย และเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากแม่น้ำไนล์ในทวีปแอฟริกาและแม่น้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้  โดยมีความยาว 6,300 กิโลเมตร ต้นน้ำอยู่ที่มณฑลชิงไห่และทิเบต ในทิศตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน และไหลมาทางทิศตะวันออก ออกสู่ทะเลจีนตะวันออก

ระหว่างทางยังมีโอกาสได้ขอพรกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ “ภูเขาหิมะเหม่ยลี่” ที่มีความสูงเป็นอันดับสองจากหิมาลัย ทุกปีชาวทิเบตไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนต้องเดินทางกลับมาเพื่อกราบไหว้บูชาภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่อเป็นการขอพรและเพื่อไม่ให้ตัวเองลืมถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง ดังนั้นตลอดเส้นทางเราจะเห็นเจดีย์เยอะมากรวมถึงธงมนต์ที่ผูกตามสถานที่ต่างๆ และเจดีย์ที่เป็นหินกองรวมกันเป็นทรงตั้งทั้งหมดล้วนเป็นเครื่องแสดงถึงการบูชา

แล้วอุปสรรคก็มาเยือนชาวล้อเดียวอีกครั้ง เมื่อเส้นทางขึ้นจุดชมวิวความสูง 4,220 เมตร หิมะถล่มปิดทาง ทางการจีนสั่งปิดถนนทันที โปรแกรมทดแทนอย่างการนั่งกระเช้าขึ้นภูเขามั่งคั่งหรือภูเขาสือข่าที่ความสูง 4,449 เมตรจากระดับน้ำทะเลจึงมาแทนที่ ณ ที่แห่งนี้นอกจากความสวยงาม ความเชื่อเรื่องความสุขความร่ำรวยก็ทำให้หลายคนต้องขึ้นมาให้ถึงเพื่ออธิษฐาน

อีกยอดเขาที่ได้ขึ้นไปพิชิตคือ “ภูเขามังกรหยก” จุดสูงสุดที่เดินถึงอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 4,680 เมตร แต่ความสูงสุดของภูเขานี้จะอยู่ที่ 5,596 เมตร อากาศที่เบาบางจึงจำเป็นต้องพึ่งอากาศกระป๋อง ลดอาการเหนื่อยหายใจไม่ทัน ผมและกลุ่มล้อเดียวค่อยๆไต่ระดับ ขึ้นไปพักไป แสงของดวงอาทิตย์ประกายแสงผ่านก้อนเมฆเกิดเป็นริ้วสวยงามอยู่เบื้องหลังภูเขาหิมะมังกรหยก

ภาพท้องฟ้าสดใสให้โอกาสได้ชื่นชมความสวยงามได้ไม่นาน  ภาพโดยรอบก็เปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว ไอหมอกจาง ๆ ที่ลอยผ่านเมื่อสักครู่กลายเป็นหมอกหนาปกคลุมทั่วบริเวณจนไม่สามารถมองภูเขาได้ แน่นอนว่ากลุ่มที่ขึ้นตามหลังมาต้องผิดหวัง แต่สำหรับชาวล้อเดียวถือเป็นโชคดีครั้งที่สอง ขณะที่โปรแกรมที่เหลือก็คือการเดินชมหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน ต่อด้วยดูโชว์สุดอลังการผลงานของจางอี้โหมว

ไฮไลท์ก่อนจะจากลาแชงกรีล่า ในที่สุดกลุ่มล้อเดียวก็ได้ลงเล่นล้อในอุทยานแห่งนี้เฉียดภูเขาหิมะมังกรหยก เส้นทางเขาป่าสนถึงแม้จะมองไม่เห็นยอดเขาเพราะเมฆหมอกลงหนา แต่บรรยากาศและความรู้สึกก็ถือว่าสมบูรณ์แบบเราได้เห็นรอยยิ้มและความเริงร่าของทุกคนที่กลับมาถึงรถ