ทีมข่าวเดลินิวส์ ขอนำเสนอข้อมูลที่พสกนิกรชาวไทยและชาวจีน ปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง ของ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ทรงมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับ สาธารณรัฐประชาชนจีน ทุกพระองค์ทรงให้ความสำคัญและทรงสนพระราชหฤทัยในการเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศให้ยิ่งใกล้ชิดแน่นแฟ้น โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเยือนบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ และการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างทั้งสองประเทศ

พระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวง รัชกาลที่ 9”

ในอดีตภายหลังจากสถานการณ์การเมืองโลกเริ่มคลี่คลาย ทั้งสองประเทศเริ่ม สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 ประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ ความสัมพันธ์ทางการทูตพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและราบรื่น นับเป็นแบบอย่างหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แม้จะมีระบบการปกครองแตกต่างกันแต่สามารถพัฒนาการได้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน
ต่อเนื่องตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

ปี 2519 หลังจากสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายไฉ เจ๋อหมิน เอกอัคร ราชทูตจีนประจำประเทศไทยคนแรก เข้าเฝ้าฯ ถวายสาส์นตราตั้ง ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เมื่อ วันที่ 22 มีนาคม 2519

ช่วงระหว่าง วันที่ 5-11 พฤศจิกายน 2521 รัชกาลที่ 9 พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเติ้ง เสี่ยวผิง รองนายกรัฐมนตรีจีน (ตำแหน่งขณะนั้น) เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นการแสดงถึงมิตรไมตรีและความสำคัญที่ประเทศ ไทยมีต่อความสัมพันธ์กับจีน

วันที่ 11 มีนาคม 2528 พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ นายหลี่ เซียนเนี่ยน ประธานาธิบดีจีน ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

กระทั่งปี 2543 จัดเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 25 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ระหว่าง วันที่ 16-31 ตุลาคม 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้แทนพระองค์ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีน และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพิพิธภัณฑสถานพระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง

ต่อมา วันที่ 17 ตุลาคม 2546 รัชกาลที่ 9 พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีจีนและภริยา เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

พระราชกรณียกิจ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

การเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทยและจีน ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2530 ทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีน โดย นายว่าน หลี่ รองนายกรัฐมนตรีจีน จัดพิธีต้อนรับ ณ จัตุรัสด้านตะวันออก ของมหาศาลาประชาชนกรุงปักกิ่ง นายหลี่ เซียนเนี่ยน ประธานาธิบดีจีน ถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ และเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกำแพงเมืองจีน

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนพร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วม การประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก หรือเอเปค (Asia– Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

การเยือนประเทศไทยของ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ระหว่างห้วงการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (เอเปค) ครั้งที่ 29 ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะดำเนินการเพื่อมุ่งสู่การเป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น (Thailand China community with a shared future for enhanced stability, prosperity and sustainability) และได้รับรองแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศไทยกับจีน (Joint Action Plan on Thailand – China Strategic Cooperation) โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการร่วมฯ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2565-2568) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือใน 18 สาขา

“กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทูตสันถวไมตรีไทย-จีน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนมากกว่า 50 ครั้ง เสด็จฯ ครั้งแรก ระหว่าง วันที่ 12-20 พฤษภาคม 2524 และครั้งล่าสุด วันที่ 7- 13 เมษายน 2568 ทรงร่วมงานพระราชทานปาฐกถาในการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพระหว่างประเทศด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบทอย่างยั่งยืน 2025 ร่วมพิธีเปิดการสัมมนา โครงการเครือข่ายความร่วมมือผู้นำการพัฒนาชนบทอย่างยั่งยืนระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย ณ มหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่ง อีกทั้งทรงร่วมพิธีเปิดตัวหนังสือ “อักษรจีนสิรินธรลิขิต” ณ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

พระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลในฐานะ ทูตสันถวไมตรีไทยจีน จากหน่วยงานของจีนหลายรางวัล และเป็น เจ้าฟ้าพระองค์แรกของโลก ที่ทรงศึกษาภาษาจีนในมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นระยะเวลา 1 เดือน ระหว่าง วันที่ 14 กุมภาพันธ์–15 มีนาคม 2548 เสด็จฯ ทอดพระเนตรพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน กรุงปักกิ่ง 2008 และโอลิมปิกฤดูหนาว กรุงปักกิ่ง 2022 ในฐานะผู้แทนพระองค์ ระหว่างการเสด็จฯ เยือนจีน พระองค์ถ่ายทอดประสบการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร มีพระราชนิพนธ์หนังสือหลายเล่ม อาทิ ย่ำแดนมังกร, มุ่งไกลในรอยทราย, เจียงหนานแสนงาม ฯลฯ

ปี พ.ศ. 2562 พสกนิกรไทยปลื้มปีติ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง จัดพิธีมอบเหรียญรางวัลเกียรติยศ ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์มิตรภาพ รัฐมิตราภรณ์” พระองค์ทรงเป็น 1 ใน 6 ชาวต่างชาติที่ได้รับเหรียญรางวัลเกียรติยศ ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

“ทูตวัฒนธรรม” สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เป็น เจ้าฟ้าพระองค์แรกที่ทรงแสดงดนตรี “สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน” บนแผ่นดินจีน พระองค์เสด็จฯ เยือนจีนหลายครั้งได้ทรงศึกษา เครื่องดนตรีกู่เจิ้ง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของราชสำนักจีนโบราณอย่างจริงจัง รัฐบาลจีนจึงได้ถวายสถานะ “ทูตวัฒนธรรม” แด่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีฯ และได้กราบทูลให้มีพระวินิจฉัยโครงการแลกเปลี่ยนการแสดงดนตรี และวัฒนธรรมไทย–จีน

วันที่ 14 ธันวาคม 2556 พระองค์ทรงเครื่องดนตรีกู่เจิ้งร่วมกับ พระอาจารย์ฉาง จิ้ง และ วงออร์เคสตร้าของจีน ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยชิงหัว กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในงานสายสัมพันธ์สองแผ่นดิน ครั้งที่ 6

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ การเจริญสัมพันธไมตรี ของพระบรมวงศานุวงศ์ไทยทุกพระองค์ เสด็จฯ เยือนแผ่นดินจีน บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการสืบมิตรไมตรี ความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมสร้างมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างประชาชนของสองประเทศ ได้มีความสัมพันธ์ยั่งยืนตลอดไป.

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : https://www.royaloffice.th/ และ กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ