เมื่อวันที่ 20 พ.ค.68 พลโทชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนการก่อการร้าย ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมี พ.ต.อ.อัมรินทร์ ทัพพะวัฒนะ ผู้อำนวยการส่วนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่3กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พันเอกพีรฉัตร พานทอง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่15 จังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการก่อการร้าย เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ โรงแรมเอเชียชะอำ อ.ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กอ.รมน. ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี จัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนการก่อการร้าย ประจำปี2568 ระหว่างวันที่ 19-23 พฤษภาคม โดยมีเป้าหมายเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการเฝ้าระวังภัยด้านความมั่นคง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแจ้งเตือน และรายงานเหตุผิดปกติในชุมชนได้อย่างทันท่วงที

พลโทชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กอ.รมน. เปิดเผยว่า การจัดอบรมครั้งนี้เพื่อพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนการก่อการร้าย เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการเฝ้าระวังภัยด้านความมั่นคง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ถึงแม้ประเทศไทยยังไม่มีภัยจากการก่อการร้าย หรือเหตุรุนแรง แต่จำเป้นต้องเตรียมความพร้อมภาคประชาชนให้เข้มแข็ง ค่อยเฝ้าระวังในการรายงานสิ่งปกติได้ โดยเน้นประชาชนในพื้นที่มีความเสี่ยงโดยเฉพาะอำเภอชะอำจังหวัดเพชรบุรีที่เป้นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่มาก บางที่ชาวต่างชาติทะเละกันในต่างประเทศ แต่อาจมาก่อเหตุรุนแรงในประเทศไทยได้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีความเสียหายและกระทบด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยผู้ได้รับการอบรมวันนี้จะได้รับความรู้เกี่ยวกับภัยการก่อการร้าย แนวทางการแจ้งเตือนนการประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างปลอดภัย และการฝึกปฏิบัติจริงในสถานการณ์จำลองเพื่อให้เกิดความมั่นใจ พร้อมรับมือกับเหตุการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานของรัฐ ให้มีการทำงานร่วมมือกันอย่างมีรประสิทธิภาพในอนาคต.



