ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนสนใจติดตามและชื่นชมกันอย่างต่อเนื่องสำหรับเรื่องราวของ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี นางงามคนดังที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ สามารถคว้ามงกุฎมิสเวิลด์มงแรกแห่งประวัติศาสตร์มาให้คนไทยได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็น 72 ปีที่รอคอยสำหรับประเทศไทยในการคว้ามงกุฎดังกล่าว ซึ่งสร้างความดีใจให้กับแฟนๆ ทั้งประเทศอย่างมากมาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเฟซบุ๊ก TPN GLOBAL ได้เผยแพร่ข้อมูลจากเพจดัง Poetry of Bitch ที่กล่าวถึงความน่าทึ่งในการสอนลูกของครอบครัวโอปอล ตลอดจนเส้นทางชีวิตที่น่าชื่นชมของเธอ โดยมีการเล่าว่า
“โอปอล สุชาตา” กับครอบครัวที่เป็นแรงบันดาลใจ ครอบครัวของโอปอล ไม่ใช่ลูกครึ่งทำไมจึงเก่งภาษา เลี้ยงลูกด้วยรักและวินัย พี่เลี้ยงนางงามคนแรกของโอปอล พ่อแม่คือแรงบันดาลใจ
ครอบครัวของโอปอล
1- “โอปอล สุชาตา” เจ้าของตำแหน่ง Miss World 2025 เคยกล่าวไว้ว่า “หนูอยากให้แม่เขียนหนังสือคู่มือเลี้ยงลูกสักเล่มจริง ๆ ค่ะ” คำพูดนี้ชวนให้เราอยากรู้จักครอบครัวของเธอมากขึ้น
2- ครอบครัวของโอปอลเป็นชาวปักษ์ใต้ เดิมทีพ่อแม่ทำธุรกิจโรงแรมที่ภูเก็ต (ปัจจุบันพ่อทำสวนปาล์มอยู่ที่กระบี่ ส่วนแม่ทำอสังหาริมทรัพย์) โอปอลเป็นลูกคนเดียวและเติบโตที่ภูเก็ต
3- แม่ของโอปอลพื้นเพเป็นชาวจังหวัดตรัง และเป็นอดีตนางงาม แม่เริ่มประกวดตั้งแต่อายุ 13 เพื่อส่งตัวเองเรียน จนได้รับฉายา “นางงาม 69 ถ้วย” เพราะคว้ารางวัลมาแล้วจาก 69 เวที
4- แม่เป็นคนแข็งแกร่งมาก แต่ก็อ่อนโยนมากด้วยเช่นกัน โอปอลบอกว่าสิ่งหนึ่งที่เธอกับแม่มีเหมือนกันก็คือ ‘ภายนอกอ่อนน้อม แต่ภายในแข็งแกร่ง’

ไม่ใช่ลูกครึ่งทำไมจึงเก่งภาษา
5- คนมักสงสัยว่าโอปอลไม่ใช่ลูกครึ่ง แต่ทำไมภาษาอังกฤษของเธอจึงดีมาก โอปอลเล่าว่า เนื่องจากพ่อแม่ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวจึงตระหนักถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษ แม่จึงตั้งใจจะปั้นลูกให้เป็น “เด็ก 2 ภาษา” มาตั้งแต่ต้น
6- พอโอปอลอายุได้ 3 ขวบ แม่หักดิบด้วยการพูดภาษาอังกฤษกับลูกอย่างเดียว ส่วนพ่อยังพูดไทย โดยแม่กำชับพ่อว่าห้ามให้ลูกรู้เด็ดขาดว่าพ่อพูดอังกฤษได้ เพราะไม่อย่างนั้นลูกจะขอให้พ่อช่วยแปล (โอปอลเพิ่งมารู้ตอนอายุ 18 ว่าที่จริงพ่อเข้าใจภาษาอังกฤษ)
7- ช่วงแรก ๆ นั้นไม่ง่ายเลย เวลาโอปอลหิวข้าวแต่ยังนึกคำศัพท์ไม่ออก เธอต้องใช้ภาษามือบอกแม่ว่าหิว เวลาดูหนังดูการ์ตูน แม่ก็ใช้กระดาษปิดซับไทยเอาไว้เพื่อให้ลูกฝึกทักษะการฟัง
8- ตอนแรกโอปอลใช้วิธีคิดเป็นภาษาไทยก่อน แล้วจึงแปลเป็นอังกฤษ แต่หลังจากฝึกฝนมาหลายปี วันหนึ่งเธอก็บอกแม่ว่า ตอนนี้เธอคิดเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องแปลในใจอีกต่อไป ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของความสำเร็จในการเรียนภาษา

เลี้ยงลูกด้วยรักและวินัย
9- พ่อแม่เลี้ยงโอปอลเหมือนเป็นเพื่อน มีแต่ความเข้าใจและให้เกียรติกัน ไม่ได้คาดหวังหรือบังคับว่าลูกต้องเป็นอะไร ลูกอยากทำอะไรก็ให้ตัดสินใจเอง โดยพ่อแม่คอยดูอยู่ห่าง ๆ “แม่สร้างลูกขึ้นมา เพื่อให้ลูกพร้อมที่จะใช้ชีวิตในแบบที่ลูกอยากใช้”
10- แม้จะไม่บังคับแต่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แม่บอกว่ายังเลี้ยงลูกด้วยการดุและการตี แต่กฎเหล็กของบ้านคือจะไม่ดุลูกตอนเช้า เพราะถ้าเราดุลูกตอนเช้า ทั้งวันของลูกจะกลายเป็น bad day
11- โอปอลเล่าว่า พ่อแม่จะเก็บเรื่องที่ต้องดุเอาไว้ก่อน หลังเลิกเรียนเมื่อขึ้นรถแล้ว นั่นคือเวลาที่เธอจะโดนดุ แม่บอกว่าที่เลือกดุเวลานี้เพราะลูกเดินหนีเข้าห้องไม่ได้
12- โอปอลก็เคยถูกแม่ตีเหมือนกัน แต่ก่อนตีแม่จะคุยกับลูกให้เข้าใจก่อนว่าตีเรื่องอะไร และจะตีก็ต่อเมื่อลูกเข้าใจและพร้อมแล้วเท่านั้น โดยลูกเป็นคนไปหยิบไม้เรียวมาเอง หลังตีเสร็จแม่จะเข้าไปกอดเพื่อให้ลูกรู้ว่าแม่ไม่ได้ตีด้วยอารมณ์ แต่ตีเพื่อให้ลูกจำได้ว่าเรื่องนี้ลูกทำผิด
พี่เลี้ยงนางงามคนแรกของโอปอล
13- เป็นความโชคดีของพ่อแม่ด้วยเช่นกันที่โอปอลเป็นเด็กดี เรียบร้อย และไม่เคยทิ้งการเรียน เมื่อโอปอลสอบเข้า ม.ปลายที่ รร.เตรียมอุดมฯ ได้ พ่อก็ให้แม่ย้ายมากรุงเทพฯ เพื่ออยู่เป็นเพื่อนลูกจนเรียนจบ
14- เมื่อโอปอลมาเดินบนเส้นทางสายนางงาม พี่เลี้ยงนางงามคนแรกของโอปอลก็คือคุณแม่นี่เอง แต่พี่เลี้ยงนางงามคนนี้ไม่เคยคาดหวังว่าลูกต้องชนะ
15- “เวลาลูกไปประกวด แม่ไม่ได้คิดว่าลูกต้องชนะกลับมา ที่พ่อแม่หวังคือ ขอให้คืนนี้ลูกหลับสบาย ขอให้ลูกไม่หกล้มบนเวที ขอให้ลูกเดินทางปลอดภัย…เท่านั้นก็พอแล้ว”
16- ปัจจุบันโอปอลเรียนอยู่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ภาคอินเตอร์) เพราะเธออยากเป็นนักการทูต แต่ตอนนี้ต้องดร็อปเรียนมาปฏิบัติภารกิจ Miss World ที่ต้องเดินทางทั่วโลกเพื่อทำงานด้านมนุษยชนเป็นเวลา 1 ปี

พ่อแม่คือแรงบันดาลใจ
17- โอปอลบอกว่า พ่อแม่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เธออยากมีลูก และเธอตั้งปณิธานว่าจะเลี้ยงลูกให้ดีเหมือนที่พ่อแม่เลี้ยงเธอมา
18- “สมมุติว่าพ่อแม่ซื้อสิ่งนี้ให้หนูใช้ ถ้าหนูยังไม่สามารถซื้อสิ่งเดียวกันหรือสิ่งที่ดีกว่าให้ลูกได้ นั่นก็แสดงว่าหนูยังไม่พร้อมมีลูก หนูจะต้องเลี้ยงลูกให้ดีเท่าที่พ่อแม่เลี้ยงหนูมา”
19- “หนูโตมากับการเห็นแม่แกะเนื้อปลาส่วนที่ดี ๆ ให้พ่อและให้หนู เพราะฉะนั้นหนูจึงมีมาตรฐานว่า คนที่จะมาอยู่กับเราก็ต้องดูแลเราให้ดีเท่าพ่อกับแม่ และเราก็จะดูแลเขากลับอย่างดีด้วยเช่นกัน” ขอแสดงความยินดีกับ Miss World คนใหม่ด้วยนะคะ สรุปและเรียบเรียงจาก: รายการตีท้ายครัว, รายการ 3 แซ่บ, รายการแฉ, Interview SPRITE BABABI x MUT2024
โดยหลังจากมีการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวไป หลายคนก็พากันชื่นชมครอบครัวโอปอลและการเลี้ยงลูกที่ดีมากๆ ตลอดจนทัศนคติที่ดีของสาวโอปอลที่นำพาให้เธอประสบความสำเร็จดังเช่นวันนี้

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก TPN GLOBAL



