เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีที่สื่อต่างชาติมีการโพสต์คลิปวิดีโอแสดงเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชาวอินเดียถูกเสือทำร้ายบาดเจ็บ ขณะพยายามถ่ายภาพเซลฟี่กับเสือ และมีการแชร์ต่อในสื่อประเทศไทย ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สวนเสือในจังหวัดภูเก็ต ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สวนเสือภูเก็ต (ไทเกอร์ คิงดอม) ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระบารมี หมู่ 7 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

น.ส.ทิพวรรณ ประทุมมณี กรรมการผู้บริหารบริษัทสวนเสือภูเก็ต พร้อมด้วย น.ส.ชฎารัสมิ์ เถาว์แดง ผู้จัดการทั่วไป และ น.ส.กัญญารัตน์ วันจันทึก หัวหน้างานฝ่ายขายและบริการลูกค้า ร่วมกันชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นภายในภูเก็ต อย่างแน่นอน จากนั้นทั้งสามพาผู้สื่อข่าวเดินสำรวจภายในสวนเสือ และแสดงให้เห็นว่า เสือที่นี่มีความเชื่อง ไม่ดุร้าย และที่สำคัญคือไม่มีการล่ามโซ่เสือแต่อย่างใด โดยบริเวณภายในกรงที่เสืออยู่นั้นกว้างขวาง และมีสระน้ำให้เสือได้เล่นอย่างอิสระ

น.ส.ทิพวรรณ กล่าวว่า เมื่อแรกเห็นคลิป รู้สึกตกใจมากและเป็นห่วงความปลอดภัยของทั้งคนและเสือ ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และยิ่งมีการกล่าวอ้างว่าเป็น สวนเสือภูเก็ต ยิ่งทำให้ตกใจ เพราะภาพในคลิปแสดงให้เห็นเสือถูกล่ามโซ่ ซึ่งแตกต่างจากนโยบายของที่นี่ ที่ไม่มีการล่ามโซ่ นอกจากนี้ เสื้อพนักงานในคลิปก็ไม่ใช่เครื่องแบบของสวนเสือภูเก็ต ทางผู้บริหารยังได้แสดงความห่วงใยต่อผู้ประสบเหตุในคลิปวิดีโอด้วย

ด้าน น.ส.กัญญารัตน์ กล่าวเสริมว่า ทางสวนเสือภูเก็ต ยึดมั่นในธรรมาภิบาล โดยจะไม่ทำให้เสือเครียดจากการล่ามโซ่หรือลากจูง พนักงานทุกคนได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี เสือทุกตัวที่นี่เพาะพันธุ์และเลี้ยงดูโดยมนุษย์ ทำให้เชื่องราวกับแมว ทางสวนเสือเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ มีการอบรมพนักงานในการปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว และมีข้อห้ามต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวต้องระวัง โดยจะเน้นย้ำกับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาใช้บริการ และจะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่ดื่มสุรา เข้าใกล้เสือ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

น.ส.ชฎารัสมิ์ กล่าวว่า สวนเสือภูเก็ต มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในการเพาะพันธุ์และดูแลเสือ มีทีมสัตวแพทย์และนักโภชนาการคอยดูแลสุขภาพของเสือและพนักงานอย่างใกล้ชิด หากเสือไม่พร้อมให้บริการ สวนเสือจะดูแลจนกว่าจะพร้อม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่า หากมาที่ ไทเกอร์ คิงดอม ภูเก็ต จะไม่เกิดเหตุการณ์อันตรายเช่นในคลิปอย่างแน่นอน เพราะที่นี่ไม่มีการล่ามโซ่ และจะไม่ตามใจนักท่องเที่ยวให้เดินกับเสือ แต่จะเน้นการดูพฤติกรรมของเสือเป็นหลัก
น.ส.กัญญารัตน์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบายของสวนเสือว่า ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องเสือจากการถูกคุกคามในธรรมชาติ โดยมีหลายสาขาภายใต้ชื่อ ไทเกอร์พาร์ค เช่น พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งกำลังมีโครงการขยายพื้นที่ให้เสือได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะที่พัทยา มีโซนปล่อยเสือเข้าป่า และที่ภูเก็ตก็มีสกายวอล์กให้นักท่องเที่ยวได้ชมพฤติกรรมเสือจากมุมสูง

“รู้สึกสะเทือนใจ เมื่อเห็นเสือถูกล่ามโซ่ และเหตุการณ์บาดเจ็บไม่ควรเกิดขึ้น จึงอยากเรียนเชิญทุกท่าน แวะมาเที่ยวที่ ไทเกอร์ คิงดอม ภูเก็ต, ไทเกอร์พาร์ค พัทยา, และไทเกอร์พาร์ค เชียงใหม่ เพื่อสัมผัสเสือที่ได้รับการดูแลอย่างดี และมั่นใจในความปลอดภัย” น.ส.ทิพวรรณ กล่าวทิ้งท้าย



