เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาในคดีที่ประธานรัฐสภา (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2)

โดยในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ วันที่ 17 มี.ค. 2568 พิจารณาญัตติด่วนกรณีที่นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้เสนอให้รัฐสภาพิจารณามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) โดยผลการลงมติในญัตติดังกล่าวว่า ที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นด้วยให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามญัตติ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มี.ค .2568 ประธานรัฐสภา ส่งเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ศาลรัฐธรรมนูญให้พยานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานผู้เชี่ยวชาญจัดส่งความเห็นตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดแล้วจึงรับรวมไว้ในสำนวน และเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาให้รอความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเรียกไปก่อนหน้านี้ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องกรณีดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้เป็นกรณีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และขั้นตอนการทำประชามติ ตามที่นายเปรมศักดิ์ และนายวิสุทธิ์ เสนอญัตติด่วนในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2568 ซึ่งที่ประชุมมีมติด้วยคะแนน 304 ต่อ 150 เสียง เห็นชอบให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2)