เมื่อวันที่ 11 ก.ค. จากกรณีคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมคล้ายพระสงฆ์กำลังวิดีโอคอลพูดคุยกับหญิงสาว พร้อมมีพฤติกรรมช่วยตัวเองถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าอาวาสวัดช่างเหล็ก ต.ช่างเหล็ก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างความตกตะลึงในวงกว้าง ขณะที่พระผู้ใหญ่หลายรูปรับทราบเรื่องแต่ไม่มีบทลงโทษ กลับมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลบ้านกลึง เมื่อ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุดที่วัดช่างเหล็ก ต.ช่างเหล็ก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีชาวบ้านและประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบวัด เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจ พระครูประทีปวัชราภรณ์ (วิเชียร ปญฺญาทีโป) เจ้าคณะตำบลบ้านกลึง เจ้าอาวาสวัดช่างเหล็ก ที่กำลังตกเป็นข่าวเรื่องคลิปฉาวที่ถูกเผยแพร่ในสื่อโซเชียล

พระครูสุวัฒน์บุญโญภาส เจ้าคณะอำเภอบางไทร เจ้าอาวาสวัดเชิงเลน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา พระครูใบฎีกานพรัตน์ ภาคพิธเจริญ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบางไทร พร้อมด้วยคณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง มาทำการสอบสวนเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทางเจ้าอาวาส ก่อนจะได้มาทำความเข้าใจชี้แจงกับกลุ่มชาวบ้าน

พระครูสุวัฒน์บุญโญภาส เจ้าคณะอำเภอบางไทร กล่าวว่า จากการที่ปรากฏภาพตามสื่อต่างๆ และทำให้ญาติโยมตกใจ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่รู้ที่มาที่ไปว่ามันเป็นมาอย่างไร และได้มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง และแก้ไขได้อย่างไรบ้าง จะได้ไม่สร้างความเสียหายต่อคณะสงฆ์ ต่อวัด ต่อศาสนาซึ่งบอบช้ำมาก เรื่องนี้ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของพระธรรมวินัยแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านมา 1 ปีแล้ว เป็นเรื่องเก่านั่นเอง

พระครูใบฎีกานพรัตน์ ภาคพิธเจริญ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบางไทร กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้น คณะสงฆ์ ชาวบ้านทุกข์ใจมาก คลิปวิดีโอนี้เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นวันที่มีการเซ็นหนังสือแต่งตั้ง ท่านเป็นเจ้าคณะตำบลพอดี ทางด้านเจ้าคณะอำเภอและคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้เรียกท่านเจ้าอาวาสมาทำการสอบสวนทันที และท่านได้มีความตั้งใจเข้ามารับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง ที่ประชุมคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้พิจารณาตามความผิดที่ท่านกระทำแล้วเป็นความผิดทางวินัยของสงฆ์ สังฆาทิเสสระดับกลาง คือจงใจให้น้ำอสุจิเคลื่อน ได้ให้ท่านปลงอาบัติอยู่ปริวาสกรรมถึง 3 ครั้ง ในรอบ 1 ปี และท่านเจ้าอาวาส ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ ในระหว่างนั้นไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เลย

การพิจารณาความผิดและการลงโทษท่านเจ้าอาวาส เราใช้หลักพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ทั้งทางพระธรรมวินัยของสงฆ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี กฎหมายบ้านเมือง และตามประกาศของมหาเถรสมาคมมาพิจารณาแล้ว ความผิดของท่านไม่ถึงขั้นปาราชิก และไม่มีความผิดทางกฎหมาย ทางคณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง ได้มีการว่ากล่าวตักเตือนซึ่งท่านยอมรับสารภาพว่าท่านมีความผิดตามที่ปรากฏจริง

ส่วนในเรื่องของการแต่งตั้งเจ้าคณะตำบลตามหลักของคณะสงฆ์แล้ว ท่านเป็นรักษาการเจ้าคณะตำบลอยู่ จนมีการพิจารณาความผิดและลงโทษตามหลักพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์แล้ว ไม่มีการคัดค้าน จึงมีการตั้งแต่งตั้งท่านเป็นเจ้าคณะตำบล

จากนั้นคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้สอบถามชาวบ้านที่มาร่วมรับฟังการชี้แจงว่า ทุกท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ยังมีความต้องการให้ท่านปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบลอยู่หรือไม่ เสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่มีชาวบ้านรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่าไม่ให้สมควรที่จะให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะตำบล ไม่สามารถที่จะกราบไหว้ได้ จนเกิดการโต้เถียงกันระหว่างชาวบ้าน

เลขานุการเจ้าคณะอำเภอได้อธิบายว่า ความผิดของท่านไม่ถึงขั้นปาราชิกเป็นความผิดทางวินัย ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาและกำหนดบทลงโทษไปแล้ว ไม่สามารถที่จะบังคับให้ท่านลาสิกขาได้ อยู่ที่ความสมัครใจของท่านเจ้าอาวาส ส่วนเรื่องที่ญาติโยมไม่เห็นด้วยจะไม่กราบไหว้ท่านเจ้าอาวาสเป็นเรื่องของความคิดเห็นส่วนตัวของโยม ทางฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ได้พิจารณาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยทุกขั้นตอนแล้ว

ด้าน พระครูประทีปวัชราภรณ์ เจ้าคณะตำบลบ้านกลึง เจ้าอาวาสวัดช่างเหล็ก ที่ปรากฏในคลิป กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งได้ทักเข้ามาที่ Facebook ส่วนตัวของตนเอง มีโปรไฟล์เป็นแม่ค้าขายโดนัท ทักเข้ามาตีสนิททำความรู้จักได้ประมาณ 10 วัน จนมีการพูดคุยกันแล้วล่อลวงให้อาตมาสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้นมีการข่มขู่อาตมาจนมีการโอนเงินเป็นครั้งคราว รวมแล้วประมาณ 120,000 บาท ซึ่งเป็นเงินส่วนตัว จนเงินที่อาตมาเก็บเอาไว้หมด ไม่มีจะจ่ายให้แล้ว จึงมีการนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองอำเภอบางไทร พร้อมกับที่อาตมาได้เข้าไปรับสารภาพ ยอมรับการกระทำความผิดที่ทำลงไปด้วยความที่ขาดสติ ความดีที่ปฏิบัติมาทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาพัฒนาวัด 30 กว่าพรรษา สูญสิ้นไปเพียงชั่วพริบตา เป็นตราบาปทำให้ญาติโยมเสียใจตกใจ รวมถึงญาติพี่น้องและตัวอาตมาเองด้วย ขนาดญาติพี่น้องของอาตมาเองก็ยอมรับไม่ได้ ไม่ยอมมาทำบุญ

เรื่องนี้ได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับหญิงสาวคนดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เส้นทางการเงินที่โอนไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่สามารถที่จะติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดได้ และหญิงสาวคนดังกล่าวก็ไม่มีตัวตน เป็นวิดีโอที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวง

สิ่งที่กระทำไปเป็นความผิดที่ไม่เหมาะสม เข้าใจความรู้สึกของญาติโยมดี อาตมาได้ปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยในเรื่องของการปลงอาบัติและการอยู่ปริวาสธรรมตามระเบียบทุกขั้นตอนแล้ว ต่อจากนี้จะตั้งสติตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิมที่เคยทำอยู่ จะไม่กระทำผิดในลักษณะแบบนี้อีก สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วจะไม่เกิดขึ้นอีกในช่วงชีวิตที่ครองสมณเพศเป็นพระสงฆ์อยู่ ถ้าเกิดขึ้นอีกจะแขวนคอหน้าโบสถ์เป็นการลงโทษตนเอง