นายเอกรัตน์ มิสา นายอำเภอยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฤดูกาลทำนาปีนี้ ได้ร่วมกับชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน 15 ตำบลจำนวน 208 หมู่บ้าน ฟื้นฟูประเพณีทำนาวาน หรือลงแขกดำนา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กำหนดพื้นที่บริเวณที่ดินว่างเปล่าด้านหลังที่ว่าการอำเภอประมาณ 3 ไร่ ซึ่งจัดเป็นโซนแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้านโบราณแสดงวิถีชาวอีสาน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรบ้านกุดสังข์ ต.ยางตลาด อุทิศพื้นที่แปลงนาประมาณ 7 ไร่ ในการเข้าร่วมโครงการ สำหรับดำนาโดยใช้พันธุ์ข้าวเหนียว กข. 6 ทั้งนี้ได้ร่วมกิจกรรมลงแขกดำนาเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา

นายเอกรัตน์กล่าวว่า การลงแขกดำนาดังกล่าว ถือเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์วิถีทำนาแบบดั้งเดิมเอาไว้ ที่นับวันจะสูญหายไป เหมาะสำหรับครัวเรือนเกษตรกรที่ขาดแคลนแรงงาน เพื่อประหยัดค่าจ้างแรงงาน แสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน โดยเฉพาะจะเป็นการเพิ่มผลผลิตข้าว และคัดคุณภาพข้าวได้เป็นอย่างดี เพราะการทำนาดำนั้นดูแลง่าย ได้ผลผลิตสูงกว่าทำนาหว่าน ทั้งนี้ ยังได้จัดเป็นแปลงนาสาธิตข้าวอินทรีย์ รณรงค์ใช้ปุ๋ยคอก และลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาสูง เป็นอันตรายต่อสุขภาพและทำให้ดินเสื่อมโทรมอีกด้วย

นายเอกรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลผลิตข้าวเปลือกที่จะได้จากแปลงนาสาธิตทั้ง 2 แห่งนี้ คาดว่าน่าจะได้ผลผลิตรวมไม่น้อยกว่า 4-5 ตัน จะนำมาแบ่งเป็น 3 ส่วนคือเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับใช้เพาะปลูกในปีต่อไป โดยจะแบ่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เข้ามาร่วมโครงการตามความเหมาะสม อีกส่วนหนึ่งนำไปสีเป็นข้าวสาร สำหรับนำไปมอบให้ครัวเรือนยากจน ตามโครงการกาฬสินธุ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และส่วนหนึ่งบรรจุภัณฑ์ สำหรับเป็นของฝาก “ข้าวเหนียวบ้านยาง” เพื่อเป็นของชำร่วยมอบให้กันและกันหรือมอบให้แขกผู้มีเกียรติ ในโอกาสเทศกาลปีใหม่และโอกาสต่างๆต่อไป



