จากกรณีสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งวันนี้เข้าสู้วันที่ 2 ในเวลา 04.30 น. ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิงทหารไทยอย่างดุเดือด รอบพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร โดยทางทหารไทยได้ตรวจพบกำลังพลของทหารกัมพูชาประชิดตลอดแนวชายแดนพื้นที่กษัตริย์ศึก ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของกองพันทหารราบที่ 21 ต่อมาบริเวณพื้นที่กงจักร กรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการยิงฉากจากฝ่ายแนวของทหารไทย เพื่อเป็นการตอบโต้ หลังจากทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักยิงเข้าใส่ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
- อ่านข่าวต่อ : เปิดไทม์ไลน์ ‘ทหารไทย-กัมพูชา’ ยิงสนั่นตั้งแต่เช้าตรู่ สุดเหิมใช้อาวุธหนักยิงใส่ช่องบก
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังตึงเครียด แฟนเพจ “ท่านเปา” ออกมาเปิดเผยว่ามีทหารกัมพูชาโพสต์คลิปโชว์เพื่อนๆ ลงโซเชียล พร้อมระบุพิกัดของระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง RM-70 ขนาด 122 มม. (MLRS) ของกองทัพกัมพูชาว่าอยู่ตรงจุดไหน พร้อมระบุข้อความว่า “ทหารกัมพูชาโพสต์คลิปโชว์เพื่อนๆ ลงโซเชียล ระบุพิกัดของระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง RM-70 ขนาด 122 มม. (MLRS) ของกองทัพกัมพูชาว่าอยู่ตรงจุดไหน จนนักวิเคราะห์ OSINT ตรวจสอบและระบุตำแหน่งได้ชัดเจน คือ พิกัด : 14.160032, 105.056467 จนล่าสุดทางกองทัพกัมพูชาเรียกร้องให้ฝ่ายทหารของตนเองหยุดถ่ายคลิป แต่ไม่เป็นผลและทหารกัมพูชาส่วนใหญ่ไม่เชื่อกับคำสั่งที่กองทัพแจ้งมา”

นอกจากนี้ มีผู้ใช้แพลตฟอร์ม X หรือ ชื่อเดิม “ทวิตเตอร์” ในบัญชีที่ชื่อว่า @Faytuks Network ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอสุดทึ่ง ซึ่งเป็นทหารกัมพูชาได้ถ่ายคลิปคอนเทนต์ และอัปโหลดลงโซเชียลมีเดีย พร้อมระบุข้อความว่า “ฟุตเทจจาก RCA RM-70 ใกล้เมืองชุนห์ ประเทศกัมพูชา พิกัดทางภูมิศาสตร์ของเครือข่าย Faytuks: C: 14.160032°N 105.056467°E”

ต่อมา ทางด้าน เพจ Army Military Force สำรอง รายงานว่ากองทัพกัมพูชาได้สั่งห้ามทหารในสังกัดถ่ายทำ และอัปโหลดคลิปเกี่ยวกับอาวุธ การเคลื่อนกำลัง หรือการสู้รบ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นข้อมูลด้านยุทธการ ทว่าคำสั่งนี้ดูเหมือนไม่ได้ผล พร้อมระบุข้อความว่า “ด่วน มีรายงานว่า กองทัพกัมพูชาได้เรียกร้องทหารฝ่ายตนหยุดถ่ายทำและอัปโหลดวิดีโอการเคลื่อนไหวของทหารและอาวุธ รวมถึงการสู้รบจริง”

“เนื่องจากกังวลว่า วิดีโอเหล่านี้อาจเปิดเผยตำแหน่งของพวกเขาต่อกองทหารไทย อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าทหารกัมพูชาส่วนใหญ่เพิกเฉยต่อคำเตือนของกองทัพ พวกเขายังคงเผยแพร่วิดีโอการสู้รบอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการให้ถูกมองว่าเป็นวีรบุรุษในสายตาประชาชนชาวกัมพูชา และต้องการสร้างรายได้จากคอนเทนต์คลิปสู้รบดังกล่าว”
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์บริเวณชายแดนยังคงตึงเครียด ท่ามกลางการจับตาของประชาชนทั้งสองฝั่งอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูล : ท่านเปา, @Faytuks Network และ Army Military Force สำรอง



