สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่า นายเฟอร์นานโด ฮัดดาด รมว.การคลังบราซิล กล่าวถึงการที่บราซิลต้องเผชิญกับอัตราภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐที่สูงถึง 50% ว่าหากวิเคราะห์อย่างละเอียดพบว่า “มีเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยมากกว่าที่คาดการณ์ไว้” เนื่องจากมีการยกเว้นสินค้าส่งออกหลักมากกว่า 700 รายการ ไม่ว่าจะเป็นอากาศยาน น้ำส้มคั้น เยื่อไม้ และถั่วบราซิล ตลอดจนผลิตภัณฑ์เหล็ก เหล็กกล้า และอะลูมิเนียมบางประเภท
อย่างไรก็ตาม บราซิลมองว่า “ยังมีความไม่เป็นธรรมอย่างมาก” และเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข หลังก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล ประณามอัตราภาษีของสหรัฐ “คือการละเมิดอธิปไตย” ต่อบราซิล ซึ่งเป็นประเทศมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้
President Trump signed an Executive Order addressing threats by the Government of Brazil & safeguarding U.S. interests, which:
— The White House (@WhiteHouse) July 30, 2025
➡️ Imposes an additional 40% tariff on Brazilian imports.
➡️ Declares a national emergency to address Brazil’s policies that violate human rights. pic.twitter.com/A1K2RmdCX4
ด้านประธานาธิบดีเจอรัลโด อัลค์มิน กล่าวว่า บราซิลจะยังคงเดินหน้าเจรจากับสหรัฐ “ตามกระบวนการ” และหากไม่เป็นผล จะมีการยื่นอุทธรณ์กับทั้งในสหรัฐและกับองค์กรระหว่างประเทศ พร้อมทั้งยืนยัน “จะปกป้องกระบวนการยุติธรรม” ของบราซิล
แม้มีสินค้าได้รับการยกเว้น แต่อัตราภาษี 50% จะส่งผลกระทบต่อเกือบ 36% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าที่บราซิลส่งไปยังสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่ 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 474,671.99 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว
Brazil vows to defend supreme court against Donald Trump onslaught https://t.co/NkKO0PlIvB
— Financial Times (@FT) July 31, 2025
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ต้องการ “ลงโทษ” การที่บราซิล “ล่าแม่มด” ต่ออดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตผู้นำบราซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางการเมืองคนสำคัญ โดยเนื้อหาในคำสั่งฝ่ายบริหารระบุถึงประเด็นนี้ว่า “การดำเนินคดีโดยมีแรงจูงใจทางการเมือง การข่มขู่ คุกคาม การเซ็นเซอร์ และการฟ้องร้องโบลโซนารูและผู้สนับสนุนอีกนับพันคน ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่บ่อนทำลายหลักนิติธรรมในบราซิล”
นอกจากนี้ “นโยบายและการกระทำที่ผิดปกติและร้ายแรงของบราซิล สร้างความเสียหายต่อบริษัทสหรัฐ สิทธิในการแสดงความคิดเห็นของพลเมืองสหรัฐ นโยบายต่างประเทศ และเศรษฐกิจของสหรัฐ”.
เครดิตภาพ : AFP



