ยังคงเป็นสถานการณ์ที่สังคมไทยให้ความสนใจกันอย่างมาก สำหรับผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ปัญหาชาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดจากการปะทะกัน และยังมีเฟคนิวส์กระจายเต็มไปหมด ซึ่งล่าสุด พระเอกลิเกคนดัง “แบงค์-ศรราม น้ำเพชร” ก็เป็นอีกหนึ่งคนไทยที่ได้ร่วมบริจาคเงินให้กับผู้ได้รับผลกระทบครั้งนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด แบงค์ ศรราม ก็ได้เดินทางมาร่วมงานอีเวนต์เปิดตัว “The NEWis NOW” ของ ทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions Now) เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องการร่วมบริจาคในครั้งนี้ พร้อมทั้งออกมาเตือนถึงเรื่องการแชร์ข่าวเฟคนิวส์ รวมถึงโมเมนต์การจัดเอาต์ติ้งให้กับทีมคณะ ศรราม น้ำเพชร ว่า “MV ลิเกออนไลน์ก็ปล่อยไปแล้ว ดูจากฟีดแบ็กแล้วคนชอบมากๆ เลย ทั้งเพลง ทั้งดนตรี ทั้งคำร้อง ทั้ง MV เป็นอย่างที่เราคิดไว้ว่า คนได้ฟังได้ดูก็รู้จักตัวตนแบงค์ แล้วก็รู้จักลิเกมากขึ้นผ่าน MV นี้ จริงๆ แล้วทุกคนตั้งใจหมดเลยครับ แบงค์ก็เลยมองว่ามันไม่ใช่งานหนัก แต่ว่าด้วยความที่เราตั้งใจและอยากให้งานมันออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด ก็เลยเป็นสนุกซะมากกว่า (ได้ตามสิ่งที่เราต้องการ?) ใช่ครับ สำหรับซิงเกิลต่อๆ ไปก็ยังมีรออยู่ เร็วๆ นี้ ก็จะรับฟังกันอย่างต่อเนื่องเลย รอติดตามครับ”

แบงค์ ศรราม เผยว่า “ที่ล่าสุดก็ส่งกำลังใจให้กับพี่ๆ แนวหน้า ผมก็ติดตามข่าวอยู่ตลอด ติดตามข่าวแล้วก็ส่งกำลังใจในทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้น อยากให้มันจบและให้มันผ่านไปได้ด้วยดีโดยที่ไม่ต้องมีการสูญเสีย รู้ว่าพี่ๆ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆ คือถ้าไม่มีพี่ๆ แนวหน้าทุกคน พวกเราน่าจะลำบากกัน แบงค์ก็เลยทำได้แค่ส่งกำลังใจไปให้ เพราะว่าเราไม่มีเวลาที่จะไปลงพื้นที่ ไปช่วยเหลืออะไรต่างๆ ก็เลยส่งกำลังใจไปให้ เรื่องข่าวการการสูญเสีย แบงค์ว่าก็น่าจะเหมือนกับทุกๆ คนนะครับ ที่ดูข่าวพอมีการสูญเสียก็รู้สึกเสียใจ ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่พอทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว คือพี่ๆ ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองในหน้าที่ เราก็สดุดีในความกล้าหาญของพี่เขา ก็เสียใจนะครับ แต่ทุกคนก็คือฮีโร่ของคนไทยทั้งประเทศ งานทางอีสานที่ถูกยกเลิก ก็มีแค่งานเดียวครับ ด้วยเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น มันค่อนข้างที่จะเข้มข้นมากๆ ค่อนข้างที่จะรุนแรง บางสถานที่ก็ไม่กล้าที่จะจัดงาน ไม่สะดวกที่จะจัดงาน แต่ว่าเราก็เข้าใจในเหตุการณ์ตรงนี้ เข้าใจในเหตุและผล ก็เลยไม่เป็นไร”

“ก็เป็นกระบอกเสียงในการแชร์ข่าวสาร คือมีข้อมูล ภาพ วิดีโอ ที่สร้างจาก AI อันนี้ก็น่ากลัวมาก เพราะว่าหลายๆ คนก็เข้าใจอะไรผิดๆ เชื่ออะไรผิดๆ จาก AI ที่สร้างกันขึ้นมา ช่วยกันแชร์ช่วยกันต่างๆ รวมถึงมิจฉาชีพที่มีการเปิดบริจาค ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เปิดบริจาคจริงๆ ซึ่งมันเป็นการฉวยโอกาสตรงนี้ในสถานการณ์ที่ทุกๆ คน จะต้องช่วยกันส่งกำลังใจให้กัน ก็ต้องคัดกรองให้ดี อยากให้ทุกคนเสพข่าวจากพี่ๆ สื่อสำนักข่าวที่เราฟังกันอยู่ทุกวัน ติดตามกันอยู่ทุกวัน ที่น่าเชื่อถือ ฟีดแบ็กหลังจากแชร์ข่าว ส่วนตัวแบงค์เอง แบงค์ยังไม่โดนครับ แบงค์เองก็ไม่ได้คำนึงถึงตรงนี้ ว่าเราแชร์ไปเราจะโดนใครฟีดแบ็กมาหรือเปล่า เพราะว่าแบงค์ก็ทำหน้าที่คนไทยคนหนึ่งครับ เราก็รักในประเทศของเรา และเราก็เป็นห่วงทุกๆ ชีวิตของพี่ๆ แนวหน้าทุกคน แบงค์ก็ทำหน้าที่ของแบงค์ ไม่ได้เช็กโซเชียลเลยครับ เพราะว่าแบงค์รู้สึกอะไร เราอยากจะแชร์เราก็แชร์เลย เพื่อบอกข้อมูลให้กับใครหลายๆ คนที่ติดตามแบงค์และไม่ได้รู้ข่าว จะได้อัปเดตไปพร้อมๆ กัน ไม่ได้ห่วงว่างานเราจะลดมั้ย เพราะว่าแบงค์ทำงานอยู่ในประเทศเป็นหลักอยู่แล้ว”

แบงค์ ศรราม เผยว่า “ถ้าถามว่ากลัวว่าฐานแฟนคลับต่างประเทศจะน้อยลงมั้ย ไม่ครับ แบงค์ไม่ได้ห่วงตรงนั้น เพราะว่าทุกคนก็รักประเทศของตัวเอง เราก็เกิดที่นี่ เรามีความภาคภูมิใจในที่ที่เราเกิดมา อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรถูกก็ว่าไปตามถูก ไม่ส่งผลกระทบเรื่องงานครับ อาจจะมีแค่งานที่ด้วยเหตุการณ์และสถานการณ์มันรุนแรง บางสถานที่ที่เป็นวัดหลวง เขาอาจจะมองดูและคิดไตร่ตรองดูแล้วว่ายังไม่เหมาะกับการจัดงาน ก็จะมีการเลื่อนออกไป (ทางวงไปเล่นงานแถบอีสานใต้บ่อยมั้ย) ไม่ค่อยบ่อยครับ ก็มีไปแสดงบ้าง แต่ส่วนมากแบงค์จะอยู่แถวภาคกลางอยู่แล้ว (มีแพลนที่จะไปแถวนั้นมั้ย?) ไม่มีครับ (งานยกเลิกกะทันหันมั้ย?) งานที่เลื่อนก็ยกเลิกกะทันหันนะครับ อย่างงานวันนี้ (1 ส.ค.) ก็เหมือนเพิ่งจะยกเลิกไปเมื่อประมาณวันที่ 27 ก.ค. แต่ว่าก็เป็นเคสที่ว่าเลื่อนการจัดงานออกไป (แพลนที่จะไปต่างประเทศมีผลกระทบหรือกังวลมั้ย?) ไม่กังวลครับ เพราะว่าเดี๋ยวแบงค์ไปยุโรป ไปยุโรปทางนั้นก็ไม่น่าจะมีอะไร วันนี้ก็เพิ่งไปเดินเรื่องเอกสาร เรื่องวีซ่า เพิ่งไปยื่นมาวันนี้ครับ เดี๋ยวจะไปเดือนกันยานี้แล้ว ไปร้องเพลงครับ ไปทำงาน แค่งานเดียวแล้วก็ได้พักผ่อนนิดๆ หน่อยๆ มีแบงค์ มีพี่น้ำเพชร พี่บิ๊ก แล้วก็พี่เต๋าที่ไป ไปกัน 4 คน คือแบงค์ไปร้องเพลง ไม่ได้ไปแสดงลิเกอะไร แต่ถ้าไป ก็อยากให้ไปทั้งคณะเลย ไปโชว์จัดเต็ม

ส่วนเรื่องเอาต์ติ้งวงเป็นครั้งแรกครับ ตั้งคณะศรรามน้ำเพชรมา 21 ปี คือเอาต์ติ้งมันเป็นการเปิดใจคุยทั้งหมด รีแคปทุกอย่างที่ผ่านมา แบงค์ก็ตัดสินใจจัดเอาต์ติ้งคณะ พาทุกคนไปพักผ่อนด้วยกัน มีอะไรก็มาคุยกัน ก็รู้สึกว่าตัดสินใจถูกที่เราได้จัดเอาต์ติ้ง เราเติบโตมาด้วยกัน ส่วนมากทุกคนเริ่มมาด้วยกันอยู่กันแบบพี่แบบน้อง มันก็จะมีการทำงานที่บางครั้งพอต่างคนต่างโตขึ้น ก็จะมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความรู้สึกเป็นของตัวเอง เรื่องบางเรื่องก็เลือกที่จะเก็บไม่คุยกัน เรื่องเล็กเรื่องน้อยมันก็สะสมมาเรื่อยๆ เชื่อว่าทุกคน เชื่อว่าทุกที่ทำงาน มันจะต้องมีเรื่องที่ค้างคาใจกันกับเพื่อนร่วมงาน มันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เชื่อว่าที่ไหนจะไม่มี แต่ทุกอย่างมันจะเคลียร์ได้ด้วยการที่เราพูดคุยและเคลียร์ใจกัน”

แบงค์ ศรราม เผยต่อว่า “ถ้าถามแบงค์ว่ามีน้ำตามั้ย แบงค์เองไม่มี แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่มันอยู่ข้างใน มันเหมือนมันได้ปลดล็อก เพราะว่าอย่างที่พี่บอก แบงค์เป็นหัวหน้าที่ไม่พูดชอบเงียบ เอาต์ติ้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่แบงค์ปลดล็อกตัวเองว่าวันนี้พูดนู้นนั่นนี่ ปัญหา ตรงนี้อย่างนี้อย่างนั้น และต่อจากนี้จะไม่เงียบแล้ว มีอะไรจะขอพูดเลย (ปัญหาที่เงียบอย่างเช่น?) อย่างเรื่องการแต่งตัวช้ามันมีมาตั้งแต่สมัยคุณพ่ออยู่แล้ว ทุกคนแต่งตัวช้า ก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีคุยกันมาบ้างแล้ว แต่ว่าเอาต์ติ้งมันเหมือนเป็นทุกอย่าง เป็นการขอความร่วมมือ พูดแบบขอความร่วมมือ ถ้าเราเป็นแบบนี้มันจะดีมากนะ ลิเกก็จะเลิกเร็วขึ้น ก็คือเอาเหตุผลพูดทุกอย่าง และสิ่งที่แบงค์พูด มันคือเรื่องจริงทั้งหมด ถ้าใครอยากแนะนำอะไร หรือมีอะไรสามารถแสดงความคิดเห็นได้เลย แล้วเราก็มาตกลงร่วมกัน อย่างเช่นวันหยุดงาน ก็มีเสนอมาว่าอยากจะขอหยุดแบบนี้ได้มั้ย อยากจะขอหยุด 2 วันในทุกๆ เดือน แล้วก็คุยๆ กัน และสรุปที่ว่าเดือนกันยาตั้งแต่วันที่ 9 จนถึงสิ้นเดือนเป็นวันพัก คือทุกคนไปไหนก็ได้ ก็ตกลงร่วมกัน และทุกคนก็โอเค ประมาณนี้

มันทำให้บรรยากาศการทำงานในวงดีครับ ทุกคนสนิทกันมากขึ้น แล้วเราก็อยู่กันแบบพี่น้องจริงๆ คำว่าพี่น้องมันต้องคุยกันได้หมดทุกเรื่อง แล้วก็รู้สึกว่าบรรยากาศการทำงานทุกคนก็จะทำงานสนุกมากขึ้น จัดเอาต์ติ้งครั้งนี้ ก็จ่ายไปประมาณ 200,000 บาท มันก็คุ้มที่ได้พูดคุยกันครับ คือเราจัดเอาต์ติ้งเพื่อความยั่งยืนในการทำงาน และก็เรื่องคุณภาพของงานในทุกๆ คืน แบงค์ก็พูดในสิ่งที่เราเป็นหัวหน้าคณะ แล้วเราต้องการอะไร และทุกคนจะต้องทำอะไรแบบไหนยังไง ก็คือชี้เลย ไม่มีใครเถียงอะไรได้ (เตรียมตัวจะมีอีกรอบมั้ย?) ก็มีครับ แต่ปีหน้าเราก็จะเป็นการปาร์ตี้แล้ว เราจะไม่มีเรื่องเครียดอะไรทั้งสิ้นแล้ว ก็จะเป็นการปาร์ตี้พักผ่อนของคณะ แบบทุกคนมาแล้วหลังจากนั้นเราก็จะไปเที่ยวกับครอบครัวตามสบายเลย เต็มที่”..