เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณฝั่งเขาพระวิหาร บรรยากาศโดยรวมแม้จะไม่ตึงเครียดเท่าช่วงเหตุปะทะ แต่ชาวบ้านก็ยังทยอยกลับจากศูนย์พักพิงและเข้าอยู่อาศัยในบ้านตามปกติ อย่างไรก็ตาม บ้านเรือนบางหลังยังได้รับความเสียหายจากการปะทะ จนไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้
นางชิต พานภพ อายุ 57 ปี ชาวบ้านภูมิซรอล คือหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ หลังกลับเข้าบ้านได้เพียง 3 วัน เธอและครอบครัวพบว่าบ้านของตนได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังคารั่ว กระจกแตก และประตูหน้าต่างพังเสียหายจนไม่สามารถใช้อยู่อาศัยได้
นางชิตพร้อมสามีและลูกชาย จำใจต้องหอบหิ้วเสื้อผ้า ผ้าห่ม และสิ่งของจำเป็นไปอาศัยอยู่กับญาติและเพื่อนฝูงชั่วคราว โดยหวังว่าจะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐเพื่อซ่อมแซมบ้านให้กลับมาใช้งานได้ในเร็ววัน

เธอเล่าว่า นี่เป็นวันที่ 3 หลังได้รับอนุญาตให้ประชาชนทยอยกลับบ้าน เนื่องจากศูนย์พักพิงปิดตัวลงแล้ว ขณะนี้กำลังรอให้เจ้าหน้าที่นำเต็นท์มาจัดสรรให้พักชั่วคราว
“พอกลับมาก็เจอบ้านพังหมด หลังคารั่ว ไม่มีที่นอน แถมฝนตกหนักอีกช่วงนี้ อยากให้รัฐบาลช่วยเร่งเยียวยาโดยเร็ว จะให้เรานอนบ้านเพื่อนก็เกรงใจ อยากนอนบ้านตัวเองมากกว่า ไม่ใช่แค่บ้านเรา บ้านพี่สาวข้างๆ ก็พังเหมือนกัน โดนกระสุนจากฝั่งกัมพูชา ตอนนี้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือเร็วๆ นี้”

นางชิตยังเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตว่า เคยเกิดสถานการณ์คล้ายกันในปี 2554 ซึ่งบ้านอีกหลังหนึ่งของเธอเคยได้รับความเสียหาย แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่า กระสุนจากฝั่งกัมพูชาสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายหลังในพื้นที่
แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ประชาชนในพื้นที่ยังมีความไม่ไว้วางใจสูง นางชิตบอกว่า ทุกครั้งที่จอดรถต้องหันหัวรถพร้อมออกทันที เสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นต้องเตรียมไว้ในรถตลอดเวลา เพราะหวั่นเกรงว่าอาจเกิดเหตุปะทะขึ้นอีก



