สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่า “รัฐยะไข่” ที่อยู่ทางตะวันตกของเมียนมา อยู่ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพ ซึ่งปิดกั้นเส้นทางการค้า ขณะที่ภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันตกติดกับบังกลาเทศ ก็เผชิญกับการบีบคั้นแบบเดียวกัน
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ได้เลวร้ายมากยิ่งขึ้นเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เมื่อโครงการอาหารโลกจำเป็นต้องตัดความช่วยเหลือสำหรับประชาชน 1 ล้านคนทั่วเมียนมา เนื่องจากเงินทุนช่วยเหลือทั่วโลกลดลง โดยเฉพาะจากรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดมาตลอด
Rakhine state, one of Myanmar’s most conflict-ravaged regions has witnessed a “dramatic rise in hunger” after US aid cuts pushed by President Donald Trump during a punishing civil war, the World Food Programme (WFP) said on Aug 12. https://t.co/QfKcxmW0sf
— LaetitiavandenAssum (@lvandenassum) August 12, 2025
ขณะนี้ 57% ของครอบครัวที่อาศัยอยู่ทางตอนกลางของรัฐยะไข่ ไม่สามารถเข้าถึงความต้องการอาหารขั้นพื้นฐานได้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 24% นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว
ดับเบิลยูเอฟพีระบุในแถลงการณ์ว่า ความขัดแย้ง การปิดล้อม และการตัดงบประมาณ ส่งผลให้ความหิวโหยและภาวะทุพโภชนาการเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่
อนึ่ง สหรัฐเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของดับเบิลยูเอฟพี เมื่อปี 2567 โดยสนับสนุนเงินทุนเกือบครึ่งหนึ่งของเงินบริจาคทั้งหมด 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 313,795 ล้านบาท) ที่ดับเบิลยูเอฟพีได้รับจากผู้บริจาคระหว่างประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



