สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำรัฐ ต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำสหรัฐ ที่ฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน ในเมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา ซึ่งเป็นการพบหน้าหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำทั้งสองประเทศ นับตั้งแต่การพบกันที่กรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์ เมื่อปี 2561


อย่างไรก็ดี การต้อนรับของทรัมป์เต็มไปด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการนำฝูงเครื่องบิน “บี-2” ซึ่งเป็นอากาศยานทิ้งระเบิดหนักทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศสหรัฐบินผ่าน การนำเครื่องบินขับไล่ เอฟ-22 แรปเตอร์ จอดอยู่ข้างพรมแดง และการที่ฉากหลังของการประชุมมีเพียงตัวอักษรภาษาอังกฤษ เขียนว่า “Pursuing Peace” หรือ “แสวงหาสันติภาพ”


ขณะที่ปูตินมีสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลาที่ได้รับการต้อนรับจากทรัมป์ ท่ามกลางการจับจ้องของทั่วโลก โดยการเยือนสหรัฐครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่ง “ความสำเร็จทางการทูต” ของผู้นำรัสเซีย ซึ่งกำลังเผชิญกับหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) จากคดีอาชญากรรมสงครามในยูเครน แม้สหรัฐไม่ได้เป็นภาคีของธรรมนูญกรุงโรมที่ก่อตั้งไอซีซีก็ตาม


อนึ่ง การพบหารือกลายเป็นแบบจาก “ตัวต่อตัว” เป็น “สามต่อสาม” เมื่อทรัมป์เป็นฝ่ายขอเปลี่ยน คณะผู้แทนฝ่ายสหรัฐ ได้แก่ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษ ส่วนทีมงานฝ่ายรัสเซีย ได้แก่ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศ และนายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของทำเนียบเครมลิน ร่วมด้วยล่ามของแต่ละฝ่าย โดยการหารือใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง.

เครดิตภาพ : AFP