ในช่วงวิกฤติ Covid-19 ที่ผ่านมา ธุรกิจท้องถิ่นทั่วโลกถูกกระทบอย่างหนัก จนรัฐบาลหลายประเทศออกแคมเปญ “Buy Local” เน้นการจับจ่ายสินค้าและบริการในท้องถิ่น มีทุนสนับสนุนจากภาครัฐ หลัง Covid-19 กิจการท้องถิ่นหลายแห่งได้ปรับปรุงคุณภาพ สร้างตลาดท้องถิ่น มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ตอบสนองลูกค้า จนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

       ช่วงนี้ในแวดวงธุรกิจ SME ได้ตั้งวงคุยกัน ได้พูดคุยกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อหาแนวทางใหม่ ๆ ที่ช่วยเหลือธุรกิจท้องถิ่น ไม่ใช่แค่เงินชดเชย แต่หาทางสร้างฐานตลาดในประเทศให้เข้มแข็งขึ้น พร้อมทั้งหาตลาดประเทศใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยคิดถึง และเพื่อกระตุ้นคนไทยให้หันมาสนับสนุน SME วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมของไทย จึงมีผู้เสนอว่าถึงเวลาที่จะต้องโปรโมตแคมเปญ “Buy Thai” กันแล้ว

       แคมเปญ “Buy Thai” เป็นแค่เพียงชื่อสมมุติ อาจจะเป็นคำอื่น ๆ ก็ได้เช่น “Made in Thailand II” “Thai for  Thai” “Thailand First” “Thailand Excellence” หรือชื่ออื่น ๆ แต่มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยหันมาสนับสนุนกิจการไทย ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นผู้บริโภคยืนยันว่ายินดีจ่ายแพงขึ้นอีกเล็กน้อย ถ้าเขาช่วยธุรกิจไทยให้รอดจากวิกฤตินี้ได้

      ในแคมเปญนี้เราต้องทำอะไร

       1.รัฐบาลต้องนำ ทำตัวเป็นตัวอย่าง มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับสินค้าและบริการของไทย เร่งพัฒนาบัญชีผู้ประกอบการไทยที่มีมาตรฐาน สร้างฐานข้อมูลให้ทุกกระทรวงทราบ ทำความเข้าใจกับฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างของทุกหน่วยงาน ให้โปร่งใส มีหัวใจสนับสนุนกิจการของคนไทย ถึงแม้จะยากมาก แต่ก็ทำได้

       2.ตั้งกลไกยุทธศาสตร์ของแคมเปญนี้ หาข้อมูลว่าในแต่ละปีเรานำเข้าสินค้า และบริการอะไรบ้างที่เป็นหมวดใหญ่ ๆ  แล้วรีบหาคู่เทียบในประเทศ แล้วหาวิธีปลดข้อจำกัดการกีดกันทางการค้าของผู้ควบคุมตลาด ที่มีรายละเอียดมากมาย 
เช่นการทำมาตรฐานอุตสาหกรรม การ
กำหนดสเปกที่เหมาะสม และกำจัดวัฒน ธรรมสินบนต่าง ๆ

       3.การทำแพลตฟอร์ม E Com
merce เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเลือกซื้อสินค้า และบริการไทยที่มีคุณภาพได้ง่าย สะดวกสบาย การจ่ายเงินด้วยแพลตฟอร์มที่รัฐสามารถใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนได้ และจัดส่งด้วยกิจการขนส่งของไทย อาจจะเป็นนวัตกรรมแพลตฟอร์ม E Commerce ของไทยที่จะกลายเป็นยูนิคอนตัวใหม่ได้

       4.ทำการประชาสัมพันธ์ให้คนไทยทราบว่าไทยทำอะไรได้บ้าง มีคอนเทนต์ที่ประทับใจกระตุ้นให้คนไทยช่วยคนไทย รวมถึงมีโปรโมชันที่ถูกใจผู้บริโภคในรูปแบบต่าง ๆ

       5.เชื่อมโยงกิจการไทย ที่สมาพันธ์ SME กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์บ่มเพาะไว้มากมาย มีตราประกันคุณภาพระดับประเทศ และระดับนานาชาติ แต่ไทยเรายังไม่ค่อยทราบ ยังไม่ได้สนับสนุน

       6.เชื่อมโยงสินค้าและบริการที่มีฐานนวัตกรรม IDE Innovation Driven
Enterprise ที่เพาะบ่มด้วยกระทรวง อว. และหน่วยงานภาคี ให้สามารถออกสู่ตลาด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

       7.เชื่อมโยงวิสาหกิจเพื่อสังคม
SE Social Enterprise ที่ท่านนายกฯบ่มเพาะไว้ และวิสาหกิจชุมชน Community Enterprise ที่กระทรวงมหาดไทยพัฒนาจนถึง 5 ดาว ให้มีตลาดทั้งปี ไม่ใช่แค่งาน OTOP ปีละครั้ง

       8.เชื่อมโยงแหล่งทุนต่าง ๆ ที่อยู่กระจัดกระจาย ให้หันมาสนใจสนับสนุนกิจการของคนไทย

       ไทยเรามีของดี ๆ มากมายที่คน  ไทยเราเองอาจจะไม่รู้ว่าไทยทำได้ เราอยากเห็นโดรนฝีมือคนไทย ยุทโธปกรณ์หลายอย่างไทยก็ทำได้ถ้ารัฐและกองทัพสนับ สนุนจริงจัง เราอยากเห็นเครื่องมือแพทย์ ยา และเวชภัณฑ์ที่ไทยทำเอง เรามีวิศวกร
เก่ง ๆ ที่ประกอบเครื่องจักร และระบบควบคุมในโรงงานได้ไม่ต้องนำเข้า เราสามารถ สร้างรถ EV สัญชาติไทยก็ได้ สินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมราคาแพงสามารถทดแทนด้วยงานฝีมือศิลปาชีพ เพราะดีไซเนอร์ไทยก็เก่งไม่แพ้ใคร ถ้าได้รับโอกาส

      ถ้าคิดเรื่องความยั่งยืน การลดการบริโภคสินค้านำเข้า สามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้มาก และการลดการบริโภคสินค้าใหม่เน้นการซ่อมแซมใช้ให้คุ้มค่า แปรรูปด้วย Circular Economy ก็จะช่วยเรื่องความยั่งยืนได้เช่นกัน

      ถึงเวลาหรือยัง ที่รัฐบาลไทยจะโปรโมต “Buy Thai” ไทยทำ ไทยใช้ ไทยอยู่รอด.