เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่รัฐสภา นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) รับยื่นหนังสือจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) เพื่อส่งเรื่องต่อให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือแลนด์บริดจ์
โดยตัวแทน EnLAW กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5-6 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เปิดรับความคิดเห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการเปิดรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรุนแรง (EHIA) จำนวน 2 เล่ม เล่มละ 1,300 หน้า
ตัวแทน EnLAW กล่าวต่อว่า มีเครือข่ายนักวิชาการ 4 ท่าน และด้านอื่นๆ อีก 12 ท่าน ได้อ่านรายงานแล้วพบว่า ร่างรายงานที่ สนข. ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาถึง 6 บริษัทไปศึกษานั้น พบพิรุธเยอะมาก เช่น ข้อมูลจำนวนแพทย์ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์หน้าดิน ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า การพบ 1 ชนิด 7 ตัวต่อพื้นที่รายงานนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะใน จ.ระนอง มีความหลากหลายในพื้นที่เข้มข้นสูงมาก รวมทั้งมีการเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้วย ตลอดจนขอบเขตการศึกษา ที่มีการศึกษาเพียงแค่ 5 กม.โดยรอบ ทำให้ไม่ครอบคลุมกับผู้ได้รับผลกระทบ เช่น ชุมชนประมง
ตัวแทน EnLAW กล่าวด้วยว่า ดังนั้น รายงานฉบับนี้ทำให้เห็นความบกพร่องสูงมากของบริษัทที่ปรึกษาทั้ง 6 บริษัท และมองว่า กรณีการก่อสร้างท่าเรือที่ต้องถมทะเลกว่า 6,000 ไร่ ในฝั่ง จ.ระนอง และจ.ชุมพร อีก 5,000 ไร่นั้น สนข. ไม่ได้มีความรู้ หรือความเชี่ยวชาญ ทั้งไม่มีวิศวกรที่เชี่ยวชาญเรื่องชายฝั่งทะเล แต่กลับมากำกับดูแลการศึกษาผลกระทบที่อาจกระทบชายฝั่งอย่างรุนแรง และทำให้ สนข.ไม่สามารถไปติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นได้จริง ดังนั้นจึงขอให้ กมธ. เรียก 6 บริษัทนี้เข้ามาชี้แจง เพื่อตรวจสอบในเรื่องนี้ เนื่องจากการใช้งบประมาณว่าจ้างในครั้งนี้ กลับได้รายงานที่เป็นเท็จ หรือมีข้อมูลไม่ตรง และมีการตกหล่นในเรื่องที่สำคัญ ซึ่งจะส่งต่อผลพิจารณาให้ผิดเพี้ยนไป เพราะไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และอยากให้มีการตรวจสอบเสร็จโดยเร็ว เพราะ สนข.เตรียมจะปิดรายงานภายใน 1-2 เดือนนี้
ด้าน นายนิติพล กล่าวว่า เนื่องจากการประชุม กมธ.การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ยังไม่ได้รับคำตอบที่เป็นที่น่าพอใจ ดังนั้นจะเสนอเรื่องเข้าสู่ กมธ.ป.ป.ช. ต่อไป.



