กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ยังเดินหน้าต่อเนื่องในการแก้ปัญหานักศึกษาต่างชาติที่แอบลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยอาศัย “วีซ่านักศึกษา” เข้ามาทำงานตามโครงการต่างๆ

“วีซ่านักศึกษา” ที่ส่วนใหญ่ถูกขอมาเพื่อเรียนในหลักสูตรแบบ Non-Degree หรือหลักสูตรระยะสั้นได้กลายเป็นช่องทางในการหลบเลี่ยง เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาต่างชาติมาเรียน ซึ่งบริหารจัดการได้เองนั้น ยังไม่มีระบบกลางในการกลั่นกรองหรือกำกับดูแลจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทำให้เกิดความไม่ชัดเจน

ขณะเดียวกันสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พิจารณาให้วีซ่าแก่นักศึกษาต่างชาติภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คนเข้าเมือง ซึ่งอนุญาตให้พำนักในราชอาณาจักรได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และรวมแล้วไม่เกิน 1 ปี โดยอ้างอิงจากกรอบของหลักสูตรที่ศึกษา ทั้งหมดจึงหลายเป็นช่องทางให้เกิดการกระทำความผิด

กระทรวง อว.ซึ่งแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องนับจากเกิดเหตุการณ์ โดยประสานความร่วมมือกับ สตม.ในการกำหนดมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหานักศึกษาต่างชาติใช้วีซ่าเรียนลักลอบทำงานในประเทศไทย ทั้งเรื่องของการให้ข้อมูลวีซ่านักศึกษาแบบเรียลไทม์ควบคู่กับการพิจารณาปรับปรุงระยะเวลาอนุมัติวีซ่าให้สอดคล้องกับหลักสูตร และดำเนินการตามกฎหมายกับสถานศึกษาที่รู้เห็นกับการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด
ล่าสุด กระทรวง อว.ได้ประชุมร่วมกับ สตม.โดย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.กระทรวง อว. ได้มอบหมายให้ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว.และเจ้าหน้าที่ของกระทรวง อว.ที่เกี่ยวข้องประชุมร่วมกับพันตำรวจเอกยศเอก รักษาสุวรรณ รองผู้บังคับการอำนวยการ รักษาการแทนผู้บังคับการอำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เกี่ยวกับการดำเนินการตามแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) สำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติตามประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) สำหรับนักศึกษาต่างชาติของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2568

ทั้งนี้ ในการประชุมสำนักงานปลัดกระทรวง อว.และ สตม.ได้ร่วมกันพัฒนาและใช้ระบบฐานข้อมูลนักศึกษาชาวต่างชาติที่เข้ามาศึกษาหลักสูตรระยะสั้นสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ทั้งหลักสูตรที่มีการจัดการเรียนการสอนอยู่เดิมและหลักสูตรใหม่ ต้องจัดส่งรายงานการจัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้นให้สำนักงานปลัดกระทรวง อว.ทราบ เพื่อส่งรายชื่อนักศึกษาดังกล่าวให้ สตม. ใช้ประกอบการพิจารณาการตรวจลงตราและอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (Visa) เพื่อป้องกันการใช้ VISA นักศึกษาต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศอย่างไม่ถูกต้อง โดยให้สถาบันอุดมศึกษากำหนดแนวปฏิบัติในการตรวจสอบการเข้าเรียนของนักศึกษาต่างชาติ และจัดส่งรายงานความก้าวหน้าในการศึกษาของนักศึกษาต่างชาติเป็นประจำทุกเดือนผ่านระบบฐานข้อมูลติดตามนักศึกษาต่างชาติของ สป.อว

ทั้งนี้ สตม. ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า นับตั้งแต่ประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) สำหรับนักศึกษาต่างชาติของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2568 ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 14 พ.ค.2568 สถาบันอุดมศึกษาได้นำส่งข้อมูลนักศึกษาชาวต่างชาติในหลักสูตรระยะสั้นที่ไม่สอดคล้องกับประกาศดังกล่าวให้ สตม.ประกอบการพิจารณาเพิกถอนการตรวจลงตราและอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (Visa) เป็นจำนวนมาก ซึ่ง สตม. ได้เพิกถอน Visa นักศึกษากลุ่มดังกล่าวไปแล้วเกือบ 10,000 ราย
ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และ สตม. จะร่วมกันจัดประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจกับสถาบันอุดมศึกษาในการส่งข้อมูลเพื่อการรับทราบและรายงานผลการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้นสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ ผ่านระบบฐานข้อมูลเป็นไปตามประกาศ อว. เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในขั้นตอนการดำเนินการและให้เกิดความเข้าใจในทางปฏิบัติที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันในช่วงเดือนกันยายน 2568 ต่อไป



