จัดเป็นเรื่องที่น่าจับตามองในวงการบันเทิงไทยเสมอ สำหรับค่าตัวของเหล่าซุป’ตาร์ชายที่ไม่ได้มีดีแค่ฝีมือการแสดง แต่ยังมีมูลค่าทางการตลาดที่พุ่งสูงลิ่วชนิดที่ว่าไม่มีใครกล้าปฏิเสธ โดยเฉพาะกลุ่มนักแสดงและศิลปินระดับแถวหน้าของวงการ ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของแบรนด์สินค้าและผู้จัดงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ จนขึ้นแท่นเป็น ราชาแห่งวงการบันเทิงไทย

ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” ได้เปิดเผยรายชื่อ 5 อันดับนักแสดงชายที่มีค่าตัวสูงที่สุดในปี 2025 ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นที่รู้จักและมีผลงานการันตีความสามารถอย่างต่อเนื่อง

อันดับ 1 “เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์”

แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นซูเปอร์สตาร์ตลอดกาลอย่าง “เบิร์ด ธงไชย” ที่แม้จะอยู่ในวงการมานาน แต่ความนิยมและอิทธิพลของเขาก็ยังคงทรงพลังไม่สั่นคลอน การันตีด้วยค่าตัวที่สูงลิ่ว ทั้งค่าตัวละครที่พุ่งไปถึง 200,000 บาทต่อตอน และที่น่าตกใจที่สุดคือค่าพรีเซ็นเตอร์โฆษณาที่สูงถึง 30 ล้านบาทต่อชิ้น ส่วนงานอีเวนต์ก็อยู่ที่ 200,000–300,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขายังคงเป็น “ตำนาน” และเป็น “ราชา” แห่งวงการบันเทิงไทยอย่างแท้จริง

อันดับ 2 “ณเดชน์ คูกิมิยะ”

พระเอกเจ้าบทบาทขวัญใจคนไทย “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ยังคงยืนหนึ่งในฐานะพระเอกยุคปัจจุบันที่ค่าตัวแพงที่สุด การแสดงที่เข้าถึงบทบาทและเสน่ห์เฉพาะตัวทำให้เขากวาดทั้งงานละครและโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ค่าตัวละครของเขาแตะ 200,000 บาทต่อตอน ขณะที่ค่าพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสูงถึง 15 ล้านบาทต่อชิ้น และงานอีเวนต์ก็ไม่น้อยหน้าอยู่ที่ 350,000–400,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดได้อย่างชัดเจน

อันดับ 3 “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข”

“เจมส์ จิรายุ” พระเอกหนุ่มหน้าใสขวัญใจแฟนคลับทั่วประเทศ ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีค่าตัวพรีเซ็นเตอร์สูงเท่ารุ่นพี่ แต่ความนิยมของเขาก็ไม่ธรรมดา ค่าตัวละครอยู่ที่ 100,000 บาทต่อตอน ค่าพรีเซ็นเตอร์อยู่ที่ 15 ล้านบาทต่อชิ้น ซึ่งเทียบเท่ากับ “ณเดชน์” และงานอีเวนต์อยู่ที่ 300,000 บาท การันตีว่าเขายังคงเป็นพระเอกแถวหน้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในวงการบันเทิง

อันดับ 4 “มาริโอ้ เมาเร่อ”

พระเอกลูกครึ่งสุดฮอต “มาริโอ้ เมาเร่อ” ไม่ได้มีแค่ความสำเร็จในไทย แต่ยังเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติด้วย ค่าตัวละครของเขาอยู่ที่ 100,000 บาทต่อตอน ส่วนพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสูงถึง 10 ล้านบาทต่อชิ้น และงานอีเวนต์ในเรต 200,000-300,000 บาท ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า “มาริโอ้” ยังคงเป็นขวัญใจของแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศ

อันดับ 5 “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์”

แม้จะมาในลุคหนุ่มขี้เล่น แต่ความนิยมของ “บอย ปกรณ์” ก็ยังคงเหนียวแน่นในฐานะพระเอกแถวหน้าของวงการ ค่าตัวละครอยู่ที่ 90,000 บาทต่อตอน ค่าพรีเซ็นเตอร์โฆษณา 9 ล้านบาทต่อชิ้น และงานอีเวนต์อยู่ที่ 200,000 บาท ซึ่งตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่า แม้จะมีนักแสดงรุ่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ “บอย ปกรณ์” ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม ค่าตัวที่กล่าวมาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อตกลงและเงื่อนไขของแต่ละงาน แต่จากข้อมูลทั้งหมดก็สามารถยืนยันได้ว่า เหล่าพระเอกที่กล่าวมานี้ยังคงเป็นที่สุดแห่งวงการที่ครองใจแฟน ๆ และแบรนด์สินค้ามาอย่างยาวนาน

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรมของดารา